เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์วันหนึ่ง บรรยากาศที่อู่ซ่อมรถประจำของกลุ่มดูจะคึกคักกว่าปกติเล็กน้อย ไทกับกันต์กำลังเตรียมรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเพื่อจะออกทริป...แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะมันเป็นทริปที่มีแค่เขาสองคน
ขณะที่กันต์กำลังเช็คลมยางของ MT-07 อยู่นั้น เสียงเถียงกันอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่งของอู่
"กูบอกมึงแล้วว่าให้ใช้ของแท้! มึงดูดิ๊! สีตรงที่เคลือบมันด้านไปแล้วเห็นมั้ย!" ต้ากำลังบ่นใส่บอสที่นั่งยองๆ ดูโซ่รถของตัวเองอยู่
"ของเทียบมันก็ใช้ได้เหมือนกันแหละน่า! ประหยัดกว่าตั้งเยอะ! มึงน่ะเรื่องมาก!" บอสเถียงกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
กันต์ได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ เขาหันไปสบตากับไทที่กำลังพิง CB650R ของตัวเองอยู่ ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ทัน ไทส่ายหัวเบาๆ กับความสัมพันธ์แบบเพื่อนรักเพื่อนกัดของสองคนนั้น ก่อนจะพยักหน้าให้กันต์เป็นสัญญาณ
"ป่ะ...เราหนีไปสวีทกันสองคนดีกว่าว่ะ ปล่อยให้พวกมันตีกันไป" ไทพูดพร้อมรอยยิ้ม
การเดินทางครั้งนี้เงียบสงบและเป็นส่วนตัวกว่าทุกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ของรถสองคันที่คำรามประสานกันไปตามถนนที่มุ่งหน้าออกจากเมืองหลวง พวกเขาแวะพักทานกาแฟกันที่ร้านเล็กๆ ข้างทาง พูดคุยเรื่องสัพเพเหระที่ไม่ใช่เรื่องเซ็กส์หรือเรื่องในกลุ่ม มันคือการสนทนาของคนสองคนที่กำลังเรียนรู้ตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริง และกันต์ก็พบว่า "พี่ไท" ในโหมดนี้ช่างเป็นผู้ฟังที่ดีและอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ
พวกเขาขี่รถต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ไทนำกันต์เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเล็กๆ ที่ลัดเลาะขึ้นไปบนภูเขาที่ไม่สูงชันนัก ปลายทางของพวกเขาคือจุดชมวิวเล็กๆ ที่ลับตาคน มีเพียงลานดินกว้างๆ และม้านั่งไม้เก่าๆ หนึ่งตัวที่มองเห็นวิวของอ่างเก็บน้ำและทิวเขาที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ อยู่เบื้องหน้า
"สวยจัง...พี่ไทมารู้จักที่นี่ได้ไง" กันต์เอ่ยถามขณะถอดหมวกกันน็อกออกแล้วรับลมเย็นๆ ที่พัดมาปะทะใบหน้า
"สมัยก่อน...เวลาเครียดๆ หรืออยากอยู่คนเดียว กูก็จะขี่รถมาที่นี่" ไทตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่เขามองกันต์นั้นกลับอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด "แต่ตอนนี้น่ะเหรอ...กูไม่อยากมาคนเดียวแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของกันต์พองโต เขารู้สึกถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ประโยคเรียบง่ายนั้น บรรยากาศโรแมนติกและความเป็นส่วนตัวทำให้ความปรารถนาที่ลึกซึ้งก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไทเดินเข้ามาประชิดตัวกันต์ ดึงเขาเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มและยาวนาน มันไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรักและความโหยหา
พวกเขานัวเนียกันอยู่ตรงนั้น แลกเปลี่ยนสัมผัสที่ลึกซึ้งท่ามกลางแสงสุดท้ายของวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า ไทจับกันต์ให้นอนราบลงบนผ้าใบที่เขาเตรียมมาปูบนพื้นหญ้า เขาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันต์ออกช้าๆ จูบไล้ไปทั่วทุกส่วนของร่างกายขาวเนียนนั้นอย่างทะนุถนอม ก่อนจะพลิกร่างของกันต์ให้นอนคว่ำลง
"พี่ไท..." กันต์ครางเสียงหวานเมื่อไทเริ่มใช้ลิ้นไล้เลียไปตามแผ่นหลังของเขา ไทไม่เพียงแค่ใช้ลิ้น เขาใช้มือบีบคลึงบั้นท้ายแน่นกลมของกันต์อย่างแรง ซุกไซร้ใบหน้าเข้ากับร่องก้นของกันต์อย่างหิวกระหาย ปลายนิ้วแตะเจลแล้วสอดแทรกเข้าไปสำรวจด้านในอย่างอ่อนโยน
"หืม?"
"รักพี่ไทนะ"
คำบอกรักที่แสนธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้ไทหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขายิ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน...เป็นรอยยิ้มที่มาจากหัวใจจริงๆ เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู "กูก็รักมึง"
แล้วบทรักที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกก็เริ่มต้นขึ้น...
ไทไม่รอช้า เขาพลิกร่างกันต์ให้นอนคว่ำหน้าลง แล้วกดแท่งควยร้อนผ่าวของเขาเข้าไปในรูรักที่ฉ่ำเยิ้มทันที! ไทเย็ดกันต์อย่างหนักหน่วงแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อยความใคร่ แต่คือการแสดงความรักในรูปแบบที่เขาคุ้นเคยที่สุด กันต์ครางออกมาเสียงหลง ใบหน้าซบลงกับผ้าใบผืนเย็น มือของเขากำขอบผ้าแน่น รับแรงกระแทกจากด้านหลังที่ทั้งหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความรัก เขาทะนุถนอมกันต์ จูบซับเหงื่อให้ทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายหอบหายใจรุนแรง เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ! พั่บ! ประสานกับเสียงครางของกันต์ที่ดังไม่หยุดยั้ง สายตาของพวกเขาสอดประสานกันตลอดเวลา สื่อสารกันโดยไม่ต้องใช้คำพูด ไทใช้มืออีกข้างบีบคลึงหน้าอกของกันต์ ขยี้หัวนมที่แข็งเป็นไตอย่างแผ่วเบา ยิ่งกระตุ้นให้กันต์เสียวซ่านจนสะโพกต้องแอ่นรับแรงกระแทก จนกระทั่งทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดออกมาพร้อมกันท่ามกลางแสงสุดท้ายของวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า ไทคำรามออกมาในลำคอแล้วฉีดน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในกายของกันต์จนหมดสิ้น กันต์เกร็งหน้าท้องรับการปลดปล่อย ก่อนที่ร่างกายจะสั่นระริกปลดปล่อยน้ำรักของตัวเองออกมาเลอะผ้าใบผืนเย็น
ทั้งสองคนนอนกอดกันอยู่บนผ้าใบผืนเดิม ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงจิ้งหรีดที่เริ่มร้องระงมในความมืด ร่างกายของทั้งคู่เปลือยเปล่าแนบชิดกัน รับไออุ่นจากกันและกันท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง ไทใช้แขนโอบกอดกันต์ไว้หลวมๆ ลูบไล้แผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา
มันเป็นความเงียบที่สมบูรณ์แบบ...ความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของการ "เติมเต็ม" กันต์ซบหน้าลงกับอกกว้างของไท ฟังเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคง เขารู้สึกปลอดภัย...รู้สึกเหมือนได้เจอบ้านที่ตามหามาทั้งชีวิต และในโมเมนต์ที่แสนพิเศษนี้เอง...ความคิดที่กล้าหาญที่สุดก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
กันต์ค่อยๆ ผละออกมา เขายันตัวขึ้นแล้วมองหน้าไทที่กำลังมองมาด้วยสายตาอ่อนโยน
"พี่ไท..." กันต์เรียกเสียงสั่น เขาสบตาลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก "...วันนี้...กันต์ขอเย็ดพี่ได้ไหมครับ"
โลกทั้งใบของไทเหมือนหยุดหมุน...
เขาตกใจ...ตกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ไม่มีใครเคยกล้าพูดกับเขาแบบนี้ ไม่มีใครเคยกล้าแม้แต่จะคิด! ความเป็น "รุก 100%" มันคือตัวตน คือเกราะป้องกันที่เขาใช้มาตลอดชีวิต เสียงหนึ่งในหัวของเขากู่ร้องว่า 'เป็นไปไม่ได้! มึงคือรุก! นี่คือศักดิ์ศรี!'
แต่อีกเสียงหนึ่งที่แผ่วเบากว่ากลับกระซิบถาม...แล้วศักดิ์ศรีมันสำคัญกว่าความรู้สึกที่มึงมีให้เด็กคนนี้จริงๆ เหรอวะ? ที่มึงยอมทำทุกอย่างก็เพื่อพิสูจน์ว่ามึงรักมันไม่ใช่เหรอ?
เมื่อเขามองลึกลงไปในดวงตาของกันต์...เขาไม่เห็นความท้าทายหรือการลองดี แต่กลับเห็นเพียงความรัก, ความไว้ใจ, และความปรารถนาอันแรงกล้าที่มาจากหัวใจจริงๆ กันต์กำลังขอในสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด...เขากำลังขอ "ตัวตน" ของไท เพื่อเป็นการยืนยันความรักของพวกเขาทั้งสอง
ไทนิ่งไปนาน...นานจนกันต์เริ่มใจเสีย แต่แล้ว...พี่ใหญ่แห่งกลุ่มใต้เบาะก็ค่อยๆ พยักหน้าลงช้าๆ เป็นการตอบตกลงที่เงียบงันแต่ก้องดังที่สุดในความรู้สึกของคนทั้งคู่...วินาทีนั้น เขายอมสละตำแหน่ง "รุก 100%" ที่ยึดถือมาตลอดชีวิต เพื่อพิสูจน์ให้กันต์ได้เห็น...ว่าความรักของเขามันยิ่งใหญ่พอที่จะทลายกำแพงทุกอย่างลงได้...
เซ็กส์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ใช่การเย็ดที่ดิบเถื่อนอีกต่อไป...มันคือการร่วมรักที่ศักดิ์สิทธิ์
กันต์ทำทุกอย่างอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอมที่สุด เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะสอดใส่ แต่เริ่มจากการจูบไล้ไปทั่วร่างกายที่แข็งแกร่งของไทอย่างช้าๆ ริมฝีปากของกันต์ไล่ต่ำลงไปตามลำคอ แผงอก หน้าท้อง ลิ้นอุ่นชื้นแตะเลียยอดอกที่แข็งเป็นไตอย่างแผ่วเบา สัมผัสทุกส่วนของไทด้วยความรักและความเคารพ ไทนอนนิ่ง รับทุกสัมผัสจากกันต์ ความรู้สึกของการเป็นฝ่ายถูกกระทำมันทั้งแปลกใหม่และเปราะบางอย่างน่าประหลาด แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเสียศักดิ์ศรี แต่กลับรู้สึกถึงความ "เชื่อมต่อ" และ "เต็มเปี่ยม" อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
กันต์ค่อยๆ คุกเข่าลงที่ปลายขาของไท เขาชโลมเจลลงบนควยของตัวเองอย่างช้าๆ มือของกันต์สั่นเล็กน้อยด้วยความประหม่าและความตื่นเต้น เขาใช้ปลายนิ้วแตะเจลลงบนช่องทางด้านหลังของไทอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่ควยของตัวเองเข้าไปในร่างกายของไทอย่างเชื่องช้า...มันคือครั้งแรกของเขาทั้งคู่
“อื้อ...” ไทส่งเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความแปลกใหม่ ร่างกายของไทเกร็งเล็กน้อยเมื่อลำเอ็นของกันต์ค่อยๆ กดเข้ามาในกาย ทุกเส้นประสาทรับรู้ถึงการรุกล้ำที่แสนอ่อนโยนนี้ กันต์มองเข้าไปในดวงตาของไทเพื่อขออนุญาต ไทพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาทำต่อ
กันต์เริ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ เนิบนาบ แต่ละจังหวะที่กดเข้าไป เขาจ้องมองใบหน้าของไทอย่างไม่วางตา ราวกับจะซึมซับทุกปฏิกิริยา ไทครางรับทุกจังหวะที่กันต์มอบให้ด้วยความเต็มใจ เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ! พั่บ! แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
“พี่ไท...ดีไหมครับ...” กันต์กระซิบถามเสียงพร่า มือของเขาวางลงบนหน้าท้องของไท ลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งเบาๆ
“อื้อ...ดี...ดีที่สุดเลยกันต์...เย็ดพี่เลย...เย็ดแรงๆ” ไทตอบกลับเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาปิดลงเล็กน้อย ปล่อยให้กันต์เป็นฝ่ายนำอย่างเต็มที่
กันต์เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความอ่อนโยนและใส่ใจไว้ เขากระหน่ำซอยสะโพกอย่างมั่นคงและหนักหน่วงขึ้น ร่างกายของไทกระตุกตามแรงกระแทก ทุกครั้งที่ลำเอ็นของกันต์สอดเข้าออก มันก็บดเบียดจุดกระสันภายในของไทอย่างแม่นยำ ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไทต้องจิกเล็บลงบนพื้นหญ้า มือของกันต์โอบรอบเอวของไทแน่น ดึงร่างของไทเข้ามาใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้
กันต์โน้มตัวลงไปจูบไทอย่างดูดดื่ม ปล่อยให้ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของไท พันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน เสียงดูดจูบดังชัดเจน ประสานกับเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงครางของไท ไทเองก็ตอบรับจูบนั้นอย่างเต็มที่ มือของเขายกขึ้นกอดรอบลำคอของกันต์แน่น
พวกเขาถึงจุดสุดยอดพร้อมกันอย่างช้าๆ แต่ลึกซึ้ง ไทเกร็งตัวแข็งทื่อ ปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนออกมาจนเปรอะเปื้อนหน้าท้องของตัวเองและต้นขาของกันต์ที่คร่อมอยู่ ขณะที่กันต์ก็คำรามออกมาแล้วฉีดน้ำรักของเขาเข้าไปในกายของไทจนหมดสิ้น
หลังจากที่ทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดและนอนกอดกันอยู่ใต้แสงดาวที่พร่างพราวเต็มท้องฟ้า ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ร่างกายของทั้งคู่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำรัก แต่ไม่มีใครรู้สึกรังเกียจ มีแต่ความอิ่มเอมใจที่ล้นปรี่
ไทเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน...
"เป็นแฟนกันนะ...กันต์"ทั้งสองนอนกอดกันอยู่อย่างนั้นอีกพักใหญ่ ซึมซับความสุขและความรู้สึกของการเป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์ ไทขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พลางใช้มือตบไปที่กระเป๋ากางเกงตามความเคยชินที่เคยใช้เก็บซองบุหรี่...แล้วก็ชะงักไปเมื่อพบว่ามันว่างเปล่า เขายิ้มกับตัวเองเบาๆ
กันต์ที่มองอยู่ก็เอ่ยถาม "พี่ไทหาอะไรอยู่เหรอครับ?"
ไทส่ายหน้าช้าๆ เขาหันกลับมามองกันต์ด้วยสายตาที่อ่อนโยนและลึกซึ้งที่สุด แล้วพูดขึ้นว่า "เปล่า...แค่เคยชิน" เขายกมือขึ้นลูบแก้มของกันต์เบาๆ "แล้วก็...กูมีของขวัญจะให้มึงด้วยนะ"
กันต์ทำหน้างง "ของขวัญ? อะไรเหรอครับ?"
ไทสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังจะพูดเรื่องสำคัญที่สุด
"กูเลิกแล้ว...บุหรี่น่ะ" เขาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น "กูทิ้งมันไปหมดแล้วตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ...กูไม่อยากให้แฟนกูต้องเหม็นกลิ่นควันบุหรี่อีก...อยากให้มึงได้กลิ่นกูจริงๆ มากกว่า"
วินาทีนั้น โลกของกันต์ก็สว่างวาบขึ้นมา น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้มของเขาอย่างห้ามไม่ได้...มันไม่ใช่ของขวัญชิ้นใหญ่โตอะไรเลย แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด มันคือการกระทำที่พิสูจน์ทุกอย่าง คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่รักอย่างแท้จริง การที่ผู้ชายอย่างพี่ไทที่ดูเหมือนจะทำตามใจตัวเองทุกอย่างยอมสละความเคยชินของตัวเองเพื่อเขา...มันมีความหมายมากกว่าคำว่ารักนับล้านคำ
"พี่ไท..." กันต์พูดเสียงสั่นเครือ เขาโผเข้าไปกอดไทแน่น ซบหน้าลงกับอกกว้างแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย "...ขอบคุณนะ...ขอบคุณจริงๆ...กันต์รักพี่ไทนะ"
ไทกอดตอบกันต์แน่น ลูบหลังปลอบโยนแฟนของตัวเองด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น หลังจากที่กันต์สงบลง ไทก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขามองหน้ากันต์ด้วยรอยยิ้มก่อนจะพิมพ์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ "ใต้เบาะ"
ไท: คืนนี้สี่ทุ่ม เจอกันที่ยิมไอ้ต้า...มีข่าวดีจะฉลอง