ใต้เครื่องแบบ...ใต้เบาะ ซีซั่น 2 ตอนที่ 7 : แรงกระเพื่อมจากแดนไกล

หนึ่งเดือนผ่านไป... ชีวิตในกรุงเทพฯ กลับคืนสู่สภาพปกติ แต่สำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนั้น ได้ทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนและไม่อาจลบเลือนไว้เบื้องหลัง

ปุณณ์ กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น บนกระดานไวท์บอร์ดเต็มไปด้วยตัวอักษรฮิรางานะและคาตาคานะที่ดูแปลกตา เขาขมวดคิ้วมุ่น พยายามออกเสียงตามอาจารย์ชาวญี่ปุ่นอย่างตั้งใจที่สุด

"มิ...นะ...ซัง... วะ... คน...นิจิวะ" เสียงของเขาตะกุกตะกัก ไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนตอนจับปืน แต่นัยน์ตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทุกตัวอักษรที่เขาพยายามคัด ทุกคำที่เขาพยายามออกเสียง มันไม่ใช่แค่การเรียนภาษา... แต่มันคือการสร้างสะพานเพื่อเชื่อมต่อกับอนาคตที่เขากำลังจะเลือกเดิน

ที่ยิมของต้าในบ่ายวันเดียวกัน เสียงเหล็กกระทบกันยังคงดังเป็นปกติ ทว่าบรรยากาศระหว่างคนสองคนกลับหนักอึ้งและตึงเครียดยิ่งกว่าน้ำหนักของบาร์เบลที่พวกเขากำลังยกอยู่

บอส นอนอยู่บนเบาะยกน้ำหนัก ใบหน้าแดงก่ำและชุ่มเหงื่อขณะที่เขาพยายามดันบาร์เบลน้ำหนักมหาศาลขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ต้า ยืนคร่อมอยู่ด้านหลัง ทำหน้าที่เป็นคนช่วยเซฟ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้กับใบหน้าของบอสมากจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ของกันและกัน

"ฮึ่ย!" บอสเปล่งเสียงเฮือกสุดท้าย ดันบาร์เบลกลับไปวางบนที่พักได้สำเร็จ เขาลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าของเขากับต้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ทั้งสองคนหอบหายใจหนักๆ จ้องลึกเข้าไปในตาของกันและกัน

กลิ่นเหงื่อ, เสียงหัวใจที่เต้นรัว, และแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นได้สร้างม่านพลังงานที่กั้นพวกเขาออกจากโลกภายนอก ต้าค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้... บอสเองก็ไม่ได้ถอยหนี... ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะสัมผัสกัน...

"เทรนเนอร์ต้าครับ! ขอคำแนะนำเรื่องท่าสควอทหน่อยครับ!" เสียงของสมาชิกยิมคนหนึ่งดังขึ้น ทำลายภวังค์ทั้งหมดลงทันที

ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วเหมือนถูกน้ำร้อนสาด "เออ! เดี๋ยวไป!" ต้าตะโกนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะหันมามองบอสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายและขัดใจ

บอสไม่พูดอะไร เขาหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้าอย่างแรงแล้วเดินกระแทกเท้าออกไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ต้ายืนมองตามด้วยความรู้สึกที่ทั้งอยากตะโกนด่าและอยากจะวิ่งตามไปรั้งไว้ใจจะขาด

ต้าจิกปลายเท้าลงบนพื้นยิมอย่างขัดใจ สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของบอสที่กำลังเดินจากไป ความรู้สึกเสียดายและปรารถนาที่ยังคงค้างคาอยู่ภายในอก มันเหมือนมีบางอย่างที่กำลังจะถูกเติมเต็ม แต่กลับถูกพรากไปอย่างกะทันหัน

ความสัมพันธ์ของพวกเขาหลังจากกลับจากญี่ปุ่นก็เป็นแบบนี้... ใกล้กันจนแทบจะหลอมรวม แต่ก็เหมือนมีกระจกใสบางๆ ที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่เสมอ รอเพียงวันที่จะมีใครสักคนทุบมันให้แตกละเอียด

บอสขับรถออกจากยิมด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เขาไม่กลับคอนโด แต่กลับมุ่งหน้าไปยังสตูดิโอถ่ายภาพที่กว้างขวางและดูมีสไตล์ของ เนย์ แทน เนย์ในชุดเสื้อยืดสีดำเรียบๆ กำลังยืนจัดแสงไฟสำหรับถ่ายงานอยู่

เขาหันมามองบอสที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้งแล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ "ทะเลาะกับผัวมาหรือไง หน้าอย่างกับตูด" เนย์ทักทายตามประสา

"มันยังไม่ได้เป็นผัวกู!" บอสสวนกลับเสียงดัง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง

เนย์เดินเข้ามาใกล้ๆ เขานั่งลงบนพื้นตรงหน้าบอสแล้วจ้องมองเพื่อนของเขาด้วยสายตาของศิลปินที่กำลังพิจารณาผลงาน "แต่พลังงานในตัวมึงตอนนี้มันแรงดีนะ... ทั้งสับสน ทั้งอยากได้... ทั้งหงุดหงิด" เนย์พูดเรียบๆ

"เป็น 'แบบ' ที่ดีมากเลยรู้ไหม"

"แบบเหี้ยอะไรของมึง"

"แบบ... สำหรับงานศิลปะไง" เนย์พูดพลางหยิบสมุดสเก็ตช์กับดินสอขึ้นมา "มึงไม่ต้องทำอะไรเลย แค่นั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น แล้วปลดปล่อยความรู้สึกของมึงออกมา... กูอยากจะวาดมันเก็บไว้"

บอสถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้สตูลสูงตามที่เนย์ชี้ ปล่อยให้เพื่อนศิลปินของเขาเริ่มร่างดินสอลงบนกระดาษ บรรยากาศในสตูดิโอที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงปลายดินสอที่ขูดไปกับผิวกระดาษและเสียงแอร์ที่ดังหึ่งๆ ค่อยๆ ทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของเขาสงบลง

"ถอดเสื้อหน่อยสิ" เนย์พูดขึ้นเรียบๆ โดยที่สายตายังไม่ละจากกระดาษ "แสงเงาที่พาดบนกล้ามเนื้อมึงมันสวยดี กูอยากวาดลายเส้นให้ชัดกว่านี้"

บอสชินชากับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เขาจึงถอดเสื้อยืดออกอย่างไม่ลังเล เผยให้เห็นแผงอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เนย์พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้ววาดต่อไป

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เนย์วางดินสอลงแล้วเดินเข้ามาหาบอส "ขยับไหล่ขวาขึ้นอีกนิด... ใช่ แบบนั้น" มือของเนย์สัมผัสลงบนหัวไหล่ของบอสเพื่อจัดท่าทาง มันเป็นสัมผัสที่ไม่ได้มีเจตนาทางเพศ แต่ความเย็นจากปลายนิ้วของเนย์ที่ตรงข้ามกับความร้อนในร่างกายของบอส กลับปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

"กล้ามเนื้อมึง... มันดูตึงเครียดมากนะ" เนย์พึมพำขณะที่นิ้วของเขาลากไล้ไปตามแนวกล้ามเนื้อหลังของบอส "เหมือนมันกักเก็บพลังงานบางอย่างไว้... โดยเฉพาะช่วงบ่า"

บอสมองเพื่อนผ่านเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ของสตูดิโอ สายตาของเนย์ที่มองมาไม่ได้มีแววของความใคร่ แต่มันเต็มไปด้วย "ความสนใจใคร่รู้" ในเชิงศิลปะ เขากำลังศึกษาร่างกายของบอสเหมือนเป็นประติมากรรมชิ้นเอก และความรู้สึกของการเป็น "วัตถุทางศิลปะ" นี้ก็ทำให้บอสรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

เนย์เลื่อนมือลงมาต่ำเรื่อยๆ จนถึงขอบกางเกงของบอส "ถอดหมดเลยได้ไหม... แสงมันจะต่อเนื่องกันทั้งตัว" บอสหัวเราะในลำคอ "ข้ออ้างของมึงนี่มันศิลปิ๊นศิลปินจริงๆ นะไอ้เนย์" แต่เขาก็ยอมลุกขึ้นยืนแล้วปลดกางเกงออกจนร่างกายเปลือยเปล่าอย่างสมบูรณ์

เนย์เดินกลับไปที่ขาตั้งภาพ แต่คราวนี้เขาไม่ได้หยิบดินสอขึ้นมา เขากลับยืนกอดอกมองร่างกายของบอสที่อาบไล้ด้วยแสงไฟสตูดิโอด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความชื่นชม "สวย... สวยมากจริงๆ" เนย์พูดออกมาเบาๆ คำชมนั้นทำให้บางสิ่งในตัวบอสตื่นขึ้น

เขาเดินตรงเข้าไปหาเนย์ช้าๆ แล้วหยุดอยู่ตรงหน้า "แค่วาด... มันคงไม่พอแล้วมั้ง" เนย์ยิ้มมุมปาก "กูก็คิดว่าอย่างนั้น"

สิ้นคำพูด บอสก็เป็นฝ่ายเริ่มต้น เขาผลักเนย์ให้นั่งลงบนโซฟาหนังสีเข้ม ก่อนจะตามลงไปคร่อมทับทันที มันไม่ใช่การจู่โจมที่รุนแรง แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของทั้งสองฝ่าย

เนย์ปฏิบัติต่อร่างกายของบอสเหมือนผืนผ้าใบ เขาใช้ทั้งมือและปากในการ "สำรวจ" ทุกส่วนสัด ทุกมัดกล้าม ทุกรอยบุ๋มบนร่างกายของบอสอย่างประณีตและใส่ใจในรายละเอียด มันคือเซ็กส์ที่เต็มไปด้วยสุนทรียะ บอสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกชื่นชมในทุกมิติ

เมื่อถึงตาของบอสบ้าง เขาก็ทำในสิ่งที่เขาถนัด เขาพลิกร่างของเนย์ให้นอนคว่ำลงกับโซฟา ก่อนจะสอดใส่ความเป็นชายของตัวเองเข้าไปอย่างมั่นคงและหนักแน่น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงเป็นจังหวะที่เน้นความสวยงามของท่วงท่ามากกว่าความดิบเถื่อน "อืมมม... บอส... มึงแม่ง... แข็งแรงชิบหาย" เนย์ครางออกมาเมื่อบอสขยับร่างกายเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ บอสไม่ตอบ แต่ก้มลงไปจูบที่แผ่นหลังของเนย์ ไล่เลียไปตามแนวกระดูกสันหลังอย่างหยอกล้อ...

แต่ในขณะที่ร่างกายของเขากำลังสุขสมอยู่นั้นเอง... ในหัวของบอสกลับปรากฏภาพใบหน้ากวนโอ๊ยของ " ต้า " ขึ้นมาซ้อนทับอย่างไม่มีเหตุผล เขานึกถึงเสียงของต้าตอนที่ทะเลาะกัน, นึกถึงสัมผัสที่รุนแรงและเอาแต่ใจ, นึกถึงจูบที่หยาบกระด้างแต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรง... เขานึกถึงความรู้สึก "เป็นเจ้าของ" และ "อยากถูกเป็นเจ้าของ" ที่เขามีกับต้า เขารู้ตัวในทันที... เซ็กส์กับเนย์มันดี... มันคือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและเปิดโลก แต่หัวใจของมันว่างเปล่า มันไม่มี "แรงปะทะ" ไม่มี "ความขัดแย้ง" ที่เขาโหยหา มันขาดหัวใจที่ดิบเถื่อนดวงนั้นไป... หัวใจที่ชื่อว่าต้า

ความคิดนั้นทำให้เขาเร่งจังหวะเร็วและแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เขากระแทกกระทั้นเข้าไปในร่างกายของเนย์จนอีกฝ่ายร้องครางเสียงหลง ก่อนที่บอสจะปลดปล่อยความต้องการของตัวเองออกมาจนหมดสิ้น เขาทรุดตัวลงนอนทับบนแผ่นหลังของเนย์อย่างหมดแรง ในหัวมีแต่ความชัดเจน... ชัดเจนว่าเขาต้องไปเคลียร์กับต้าให้รู้เรื่อง... เดี๋ยวนี้

ดึกสงัดในคืนเดียวกันนั้น ไท นั่งอยู่บนโซฟาในห้องพักของเขา ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ทันใดนั้น มือถือของเขาก็สั่นขึ้น เป็นสายโทรเข้าจากปุณณ์ ไทรับสายแล้วกดเปิดลำโพง "ว่าไงไอ้หมวด... มีอะไร" น้ำเสียงของเขาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

"พี่ไทครับ... ผม... ผมแค่อยากจะปรึกษาเรื่องเรียนภาษาญี่ปุ่นน่ะครับ" ปุณณ์พูดเสียงอ่อยๆ

"มัน... มันยากกว่าที่คิดเยอะเลยครับ"

"อืม" ไทตอบสั้นๆ

"มันก็เป็นแบบนั้นแหละ"

"ผม... ผมไม่รู้ว่าจะไปต่อไหวหรือเปล่าครับ" ปุณณ์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ผม... ผมรู้สึกท้อ"

ไทเงียบไปครู่หนึ่ง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าเข้าครอบงำหัวใจอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนแบกรับความคาดหวังของทุกคนไว้บนบ่า ความเป็น "พี่ใหญ่" ที่ต้องแข็งแกร่งตลอดเวลาได้ทำให้เขารู้สึกเปราะบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ไททิ้งตัวลงบนโซฟา ตัวเอนพิงพนักพิงอย่างหมดแรง มือซ้ายยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย มันเป็นภาพที่หาดูได้ยากจากผู้ชายที่เคยแข็งแกร่งและควบคุมทุกอย่างได้อย่างไท

กันต์ ที่เห็นดังนั้นก็เดินเข้ามาหาอย่างเงียบๆ เขานั่งลงข้างๆ แล้วเอื้อมมือไปจับมือของไทที่วางอยู่บนหน้าขา ไทหันมามองหน้ากันต์ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความเหนื่อยล้า ความรู้สึกเป็นห่วงและอยากดูแลฉายชัดในแววตาของกันต์

"พี่ไท...เป็นอะไรครับ...บอกกันต์ได้ไหม" กันต์กระซิบเสียงแผ่ว

ไทส่ายหน้าช้าๆ "กูไม่รู้...ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยได้ยินมาก่อน "กูแค่...กูแค่รู้สึกเหนื่อย" ไทเอ่ยปากร้องขออย่างแผ่วเบา " กันต์...วันนี้...ดูแลพี่หน่อยได้ไหม "

กันต์ใจเต้นรัว เขารู้ความหมายของคำพูดนั้นดี ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ อีก กันต์โน้มตัวลงจูบริมฝีปากของไทอย่างอ่อนโยน มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและการเยียวยา กันต์เป็นฝ่ายเริ่มต้น เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของไทออกทีละชิ้นอย่างช้าๆ ริมฝีปากของเขาไล้เลียไปตามแผงอก กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแกร่งในยามปกติ ตอนนี้กลับดูผ่อนคลายลงภายใต้สัมผัสของกันต์

กันต์ชโลมเจลลงบนลำเอ็นของตัวเองอย่างเชื่องช้า สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาของไทที่กำลังมองตอบอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ สอดใส่ควยของตัวเองเข้าไปในร่างของไทอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อื้อ..." ไทส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ร่างกายของไทเกร็งเล็กน้อยเมื่อลำเอ็นของกันต์ค่อยๆ กดเข้ามาในกาย ทุกเส้นประสาทรับรู้ถึงการรุกล้ำที่แสนอ่อนโยนนี้ ปากของกันต์ขยับเข้าออกอย่างช้าๆ

"พี่ไท...ดีไหมครับ..." กันต์กระซิบถามเสียงพร่า มือของเขาวางลงบนหน้าท้องของไท ลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งเบาๆ

"ดี...ดีที่สุดเลยกันต์..." ไทตอบกลับเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาปิดลงเล็กน้อย ปล่อยให้กันต์เป็นฝ่ายนำอย่างเต็มที่

กันต์เริ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ เนิบนาบ แต่ละจังหวะที่กดเข้าไป เขาจ้องมองใบหน้าของไทอย่างไม่วางตา ราวกับจะซึมซับทุกปฏิกิริยา ไทครางรับทุกจังหวะที่กันต์มอบให้ด้วยความเต็มใจ เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ! พั่บ! แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

กันต์โน้มตัวลงไปจูบไทอย่างดูดดื่ม ปล่อยให้ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของไท พันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน เสียงดูดจูบดังชัดเจน ประสานกับเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงครางของไท ไทเองก็ตอบรับจูบนั้นอย่างเต็มที่ มือของเขายกขึ้นกอดรอบลำคอของกันต์แน่น

กันต์เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความอ่อนโยนและใส่ใจไว้ เขากระหน่ำซอยสะโพกอย่างมั่นคงและหนักหน่วงขึ้น ร่างกายของไทกระตุกตามแรงกระแทก ทุกครั้งที่ลำเอ็นของกันต์สอดเข้าออก มันก็บดเบียดจุดกระสันภายในของไทอย่างแม่นยำ ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไทต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของกันต์

พวกเขาถึงจุดสุดยอดพร้อมกันอย่างช้าๆ แต่ลึกซึ้ง ไทเกร็งตัวแข็งทื่อ ปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนออกมาจนเปรอะเปื้อนหน้าท้องของตัวเองและต้นขาของกันต์ที่คร่อมอยู่ ขณะที่กันต์ก็คำรามออกมาแล้วฉีดน้ำรักของเขาเข้าไปในกายของไทจนหมดสิ้น

หลังจากนั้น กันต์จะโอบกอดไทไว้แน่น ให้ไทได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ไทซบหน้าลงกับไหล่ของกันต์ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งหมดดูเหมือนจะถูกปลดเปลื้องออกไปสิ้น

ปุณณ์กลับมาถึงห้องพักด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานและเรียนพิเศษ เขาทิ้งตัวลงบนเตียงก่อนจะสังเกตเห็นกล่องพัสดุขนาดเล็กกล่องหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ชื่อผู้ส่งมาจาก... โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หัวใจของเขาจะกระตุกวูบ

เขารีบเปิดกล่องออกดูอย่างรวดเร็ว ข้างในไม่ใช่ของขวัญราคาแพง แต่เป็นของสามชิ้นที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ... กาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อโปรดที่เขาเคยชี้ให้เคนชินดูที่ร้านสะดวกซื้อ, ปากกาคุณภาพดีจากญี่ปุ่นหนึ่งด้าม พร้อมโน้ตเล็กๆ เขียนว่า "สำหรับนักเรียนที่ตั้งใจที่สุดของผม", และ... รูปถ่ายใบหนึ่ง

มันเป็นรูปที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรูปแอบถ่ายของเคนชินในชุดลำลอง เขากำลังยืนยิ้มบางๆ ขณะมองดูอะไรบางอย่างอยู่นอกเฟรม... มันเป็นรอยยิ้มที่แท้จริงและอบอุ่นที่สุดเท่าที่ปุณณ์เคยเห็น ปุณณ์หยิบรูปใบนั้นขึ้นมา นิ้วของเขาไล้ไปตามใบหน้าของคนในรูปอย่างแผ่วเบา... ก่อนที่รอยยิ้มกว้างและมีความสุขอย่างแท้จริงจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน

ระยะทางอาจจะไกล... แต่แรงกระเพื่อมแห่งความรู้สึกจากแดนไกลนั้น... ได้ส่งมาถึงใจของเขาแล้วอย่างชัดเจน