เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในอู่ของกันต์ดูจะสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าปกติ มันขับเน้นให้เศษขวดเบียร์เปล่าและจานกระดาษที่ยังคงวางเกลื่อนอยู่บริเวณลานหน้าอู่ดูเด่นชัดขึ้น เป็นเครื่องยืนยันถึงความดุเดือดของปาร์ตี้เมื่อคืนที่ผ่านมา
แต่ในขณะที่เสียงกรนเบาๆ ยังคงดังออกมาจากห้องพักชั้นบนของต้ากับบอส เสียงกุ๊งกิ๊งของเครื่องมือเหล็กก็ดังขึ้นเป็นจังหวะมาจากในอู่แล้ว คาซึยะ ในเสื้อยืดสีเทาเก่าๆ กับกางเกงคาร์โก้กำลังเริ่มจัดระเบียบพื้นที่ทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น เขาแยกเครื่องมือของเขาออกจากของกันต์อย่างเป็นระบบ และเริ่มตรวจเช็คชิ้นส่วนรถแข่งที่ถูกส่งตามมาด้วยสีหน้าที่จริงจังและขมวดคิ้วตลอดเวลา ไม่สนใจสภาพความรกที่อยู่รอบตัวแม้แต่น้อย
บนห้องพักชั้นบน อากิระ ที่อยู่ในสภาพสบายๆ ในเสื้อกล้ามสีขาว กำลังนั่งจิบกาแฟร้อนๆ อยู่กับ ไท และ กันต์ บนโต๊ะตรงหน้ามีแท็บเล็ตที่เปิดหน้าตารางการซ้อมและแผนงานของอากิระค้างไว้
"ตารางซ้อมโหดเอาเรื่องเลยนะ" กันต์พูดขึ้นหลังจากไล่ดูข้อมูล "แทบไม่มีวันหยุดเลย"
"มืออาชีพก็แบบนี้แหละ" อากิระตอบยิ้มๆ "เวลาในสนามแข่งมันมีค่าเป็นวินาที เวลาในชีวิตจริงก็เหมือนกัน"
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่นั้น เนย์ ที่เพิ่งตื่นและดูยังไม่เต็มร้อยนักก็เดินเข้ามาร่วมวง ในมือของเขาถือแท็บเล็ตอีกเครื่องหนึ่ง แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่อากิระด้วยแววตาที่แตกต่างออกไป... มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนที่เพิ่งปาร์ตี้กันมา แต่เป็นสายตาของโปรดิวเซอร์ที่เจอเรื่องราวที่เขาต้องการแล้ว
"อากิระ... ผมขอคุยเรื่องโปรเจกต์ที่เคยเกริ่นไว้เมื่อคืนหน่อยได้ไหม" เนย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากโหมดปาร์ตี้มาเป็นโหมดทำงานเต็มตัว และใบหน้าที่เริ่มฉายแววจริงจัง
เขาไม่รอให้อากิระตอบ แต่เริ่มนำเสนอ "วิสัยทัศน์" ของเขาทันที
"ผมคิดเรื่องนี้มาทั้งคืน... มันไม่ใช่แค่สารคดีนักแข่งรถที่คุณเคยถ่ายมาเป็นร้อยๆ ครั้ง" เนย์พูดพลางเปิดภาพ Mood Board ที่เขาเตรียมไว้ในแท็บเล็ตให้ดู ภาพเหล่านั้นไม่ใช่แค่รถแข่งหรือเส้นชัย แต่เป็นภาพของแสงเงา, ท่วงท่าที่สง่างาม, และแววตาที่ซับซ้อน "ผมไม่ได้สนใจแค่ชัยชนะหรือความเร็ว แต่ผมสนใจ 'แรงกดดัน' ที่อยู่บนบ่าของคุณ, สนใจ 'ความเงียบ' ในใจของคุณตอนที่สวมหมวกกันน็อก, สนใจ 'ปรัชญา' ที่ซ่อนอยู่หลังการเข้าโค้งแต่ละครั้ง... สำหรับผม คุณไม่ใช่แค่นักกีฬา แต่คุณคือ 'ศิลปิน' คนหนึ่งที่ใช้ความเร็วเป็นพู่กัน และใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อสร้างงานศิลปะบนสนามแข่ง... ผมอยากเล่าเรื่องนั้น"
อากิระที่ตอนแรกนั่งฟังด้วยท่าทีสบายๆ ค่อยๆ นั่งตัวตรงขึ้น เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยแพชชั่นของเนย์ เขารู้สึกทึ่ง... ไม่เคยมีใครมองเขาในมุมนี้มาก่อน และนั่นคือสิ่งที่ดึงดูดเขาได้อย่างประหลาด
"เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ" อากิระพูดช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยประกายความคิด "แล้วคุณคิดว่าจะเริ่ม 'ถ่ายทำ' งานศิลปะชิ้นนี้ได้เมื่อไหร่ล่ะ... คุณผู้กำกับ?"
"ทันทีที่คุณพร้อม... 'นักแสดงนำ' ของผม" เนย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่รู้กัน
ข้อตกลงได้เกิดขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ โปรเจกต์สารคดีที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนได้เริ่มต้นขึ้นในเช้าวันนั้นเอง
ที่ชั้นล่างของอู่ คาซึยะ กำลังประสบปัญหากับน็อตตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกขันไว้แน่นเกินไป เขาพยายามใช้ประแจบล็อกแต่ก็ยังเอาไม่ออก จนเริ่มสบถออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นผสมไทยอย่างหัวเสีย
กันต์ ที่เดินลงมาพอดีได้ยินเข้า จึงเดินเข้าไปดู "น็อตตัวนี้มันเป็นแบบเกลียวซ้ายนะ ต้องหมุนตามเข็มนาฬิกาถึงจะออก" เขาพูดเรียบๆ
คาซึยะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะลองทำตามที่กันต์บอก... และน็อตตัวนั้นก็คลายออกอย่างง่ายดาย
"หึ... ก็ใช้ได้" คาซึยะพึมพำเสียงเบา เป็นคำชมในระดับสูงสุดที่เขาจะให้ใครได้
ในจังหวะที่เขาออกแรงขันน็อตตัวต่อไป แผลที่ข้อนิ้วซึ่งเกิดจากเมื่อวานก็ปริออกอีกครั้งจนเลือดซึม เขาทำเป็นไม่สนใจและพยายามจะทำงานต่อ แต่แล้วเงาของใครคนหนึ่งก็เข้ามาทาบทับเขาไว้
"ผมบอกแล้วใช่ไหมครับว่าเรื่องแผลไม่มีคำว่าเล็ก"
คิม ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้
"ผมไม่เป็นไรน่า!" คาซึยะพูดอย่างรำคาญ พยายามจะดึงมือหนี
แต่คิมกลับจับมือข้างนั้นของเขาไว้แน่นกว่าเดิมด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลแต่มั่นคง "แผลเมื่อวาน ถ้าโดนน้ำมันเครื่องกับฝุ่นเข้าไปมันจะติดเชื้อหนักนะ... มานี่ครับ"
คิมดึงคาซึยะมานั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ แล้วเริ่มลงมือทำแผลให้อย่างประณีตและใจเย็น เขาใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดคราบสกปรกออกอย่างเบามือที่สุด คาซึยะที่ตอนแรกยังทำท่าพยศอยู่ ค่อยๆ นิ่งลง เขามองปลายนิ้วที่สะอาดและเรียวยาวของคิมที่กำลังบรรจงพันผ้าก๊อซรอบนิ้วของเขา... ความอ่อนโยนและการดูแลเอาใจใส่ที่เงียบงันแต่ชัดเจนนี้ ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขา... เต้นปั่นป่วนอย่างประหลาด
ในบ่ายแก่ๆ วันเดียวกันนั้น ไท ในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ ที่ดูสะอาดหมดจดและน่าเกรงขาม กำลังเดินนำ กันต์ เข้าไปในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งใจกลางเมือง กันต์ที่สวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ตัวเก่งเดินตามหลังมาติดๆ สายตาของทั้งคู่ประสานกันแวบหนึ่ง แฝงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่รู้กัน
ไทเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสาร เขาไม่ได้กดปุ่ม แต่กลับใช้คีย์การ์ดพิเศษรูดผ่านช่องอ่านสัญญาณด้านข้าง ลิฟต์ชั้นใต้ดินที่มักใช้ขนของหรือเป็นเส้นทางลับของเจ้าหน้าที่ก็เปิดออก กันต์ก้าวเข้าไปพร้อมไท
"วันนี้ต้องมาตรวจสอบระบบความปลอดภัยของอาคารน่ะ" ไทพูดขึ้น เมื่อลิฟต์เริ่มเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินที่มืดสลัว "ทางสำนักงานใหญ่แจ้งมาว่ามีข้อมูลบางอย่างรั่วไหลจากเซิร์ฟเวอร์ในห้องควบคุมระบบที่นี่"
กันต์เลิกคิ้วเล็กน้อย "แล้วทำไมต้องให้ผมมาช่วยล่ะพี่... ผมมันแค่ช่างอู่ซ่อมรถเองนะ"
ไทหันมายิ้มมุมปาก นัยน์ตาของเขาเป็นประกาย "บางอย่างมันต้องใช้ 'ความเชี่ยวชาญพิเศษ' ที่ไม่ใช่แค่ตำรวจอย่างเดียวจะทำได้ไง... อย่างนายไง"
ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นใต้ดินที่ว่างเปล่าและเงียบสนิท ไทเดินนำไปตามทางเดินแคบๆ ที่มีเพียงหลอดไฟสลัวๆ ส่องแสง จนหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนึ่งที่มีป้ายเขียนว่า "STAFF ONLY - Restricted Area" และมีกล้องวงจรปิดขนาดเล็กหันมาจับจ้อง
"ห้องนี้แหละ..." ไทพูดเรียบๆ เอื้อมมือไปไขกุญแจที่ล็อกอยู่ ก่อนจะแง้มประตูให้เปิดออกเล็กน้อยเพื่อส่งสายตาสำรวจเข้าไปในห้องด้านใน
มันคือ ห้องผู้ดูแลระบบ/ห้องช่าง ที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมระบบอาคาร, ตู้ไฟฟ้า, สายไฟระโยงระยาง และอุปกรณ์เก่าๆ ที่วางซ้อนกันระเกะระกะ มีจอภาพจากกล้องวงจรปิดขนาดเล็กแสดงภาพมุมอื่นๆ ในอาคารที่ไม่ได้ถูกจับตาอยู่
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ไทดันประตูเปิดออกกว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าเข้าไปดึงกันต์ตามเข้ามา ก่อนจะแกล้งกดล็อกประตูจากด้านใน (แต่ไม่ได้ล็อกสนิท) ให้มีเสียง 'แกร๊ก' เบาๆ พอให้ใจเต้น
ทันทีที่เข้ามาในห้องได้ ไทก็ไม่รอช้า เขาดันกันต์เข้ากับชั้นวางของที่เต็มไปด้วยเอกสารเก่าๆ ตัวของเขาทาบทับร่างของกันต์ไว้ ก่อนจะกดจูบลงไปอย่างดุดันและเร่าร้อน ฝ่ามือร้อนผ่าวของไทไถลเข้าไปในเสื้อของกันต์ ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อ
ไทผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ใบหน้ายังคงแนบชิดกันต์ เขากระซิบเสียงต่ำพร่า "ชอบไหม... ที่นี่แม่งโคตรเสี่ยงเลยนะ... โดยเฉพาะตอนฉันใส่เครื่องแบบแบบนี้"
กันต์ครางในลำคอ ใบหน้าแดงก่ำแต่แววตาท้าทาย เขาใช้มือดึงเนคไทของไทออกอย่างเร่งรีบ ปลดกระดุมเสื้อเครื่องแบบของไทอย่างลวกๆ "ก็ชอบสิ... พี่ไทมันบ้า! แต่ผัวใครล่ะ..."
ไทหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเริ่มปลดเข็มขัดกางเกงเครื่องแบบของเขา และกันต์ก็รูดซิปกางเกงของไทลงอย่างชำนาญ ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มือของกันต์ลูบไล้ไปตามต้นขาของไทที่อยู่ภายใต้เนื้อผ้ากางเกง
กุ๊กกัก... แกร๊ก!
เสียงไขกุญแจจากด้านนอกประตูดังขึ้น!
ไทกับกันต์นิ่งค้างไปทันที หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวราวกับกลองศึก กันต์ตาโตด้วยความตกใจ หันไปมองประตูอย่างหวาดหวั่น
ประตูถูกเปิดออก!
โจ พนักงานรักษาความปลอดภัยหนุ่ม ในชุดฟอร์มสีเข้ม ก้าวเข้ามาในห้อง... เขาต้องเข้ามาเอา กุญแจสำรองของห้องไฟฟ้า ที่เก็บไว้ในห้องนี้เท่านั้น เพื่อไปจัดการกับไฟที่กระพริบอยู่ที่ชั้น 12 ก่อนเขาจะออกเวร เขาหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า... สารวัตรไทในเครื่องแบบเต็มยศและชายอีกคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกลางห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์!
โจตกใจสุดขีด! ยืนแข็งทื่อ ตัวสั่น ใบหน้าซีดเผือด ทำอะไรไม่ถูก เขามองไทกับกันต์สลับกันราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ไทไม่ได้หยุด เขาหันมาสบตาโจ ดวงตาของสารวัตรเต็มไปด้วย อำนาจเย็นชาและความท้าทาย พร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาจงใจเร่งจังหวะบทรักกับกันต์ให้รุนแรงและโจ่งแจ้งยิ่งขึ้นต่อหน้าโจ! ไทใช้มือข้างหนึ่งปิดปากกันต์แน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง แต่ก็ยังคงมองตรงไปที่โจอย่างไม่ลดละ มืออีกข้างอาจจะเอื้อมไปจับปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเขาอย่างไม่ตั้งใจ (แต่โจต้องเห็น!)
โจยืนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว หรือหลบสายตาไปทางไหน แต่สายตาของเขากลับถูกตรึงไว้กับภาพตรงหน้า! เขาเริ่มหายใจถี่ขึ้น ใบหน้าแดงก่ำจนเห็นได้ชัดจากผิวขาวๆ นอกเหนือจากเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ โจได้กลิ่นฝุ่นจางๆ จากเอกสารเก่า ผสมกับกลิ่นหอมสะอาดจากเครื่องแบบของสารวัตร และกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องแคบๆ นั้น มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เขาทั้งมวนท้องและสับสน
ไท (เสียงต่ำแต่ชัดเจน): "ไง... โจ... มาทำอะไรที่นี่" (น้ำเสียงที่แฝงอำนาจข่มขวัญ ทำให้โจไม่กล้าตอบ)
โจพยายามพูดตะกุกตะกัก "ผะ ผม... มาเอา... กุญแจ... ครับ... ขอ ขอโทษครับ" (แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในลำคอ ตัวเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้)
ในขณะที่ไทกำลังเร่งเร้าบทรักกับกันต์อย่างดุดันและส่งสายตาที่เย้ยหยันไปให้โจ... โจเริ่มทนไม่ไหว! เขาค่อยๆ เลื่อนมือลงไปที่เป้ากางเกงของตัวเองโดยไม่รู้ตัว และเริ่มช่วยตัวเองอย่างเงียบเชียบและเร่งรีบ! ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปด้วยความอับอายระคนปรารถนา เขาทั้งพยายามหลบสายตาและอยากจะเบือนหน้าหนี แต่สายตาและสัญชาตญาณกลับบังคับให้เขากลับมามองภาพที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไทเห็นปฏิกิริยานั้นของโจ... รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของเขายิ่งกว้างขึ้น! เขาอาจจะขยับตัวเพื่อให้โจมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรืออาจจะใช้คำพูดสั้นๆ กระซิบกับกันต์ว่า "ดูสิ... แขกของเราชอบใจใหญ่เลย" กันต์ครางในลำคอด้วยความหวาดเสียวระคนตื่นเต้นอย่างที่สุด
บทรักดำเนินไปอย่างดุดัน รวดเร็ว และไร้เสียงจากไทกับกันต์ มีเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ และเสียงหายใจถี่รัวของโจที่กำลังช่วยตัวเองอยู่ด้วยความอับอายระคนตื่นเต้น
เมื่อไทกับกันต์ปลดปล่อยความสุขสมจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ไทจะผละออกอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างไม่รีบร้อน
ไทเดินไปหยุดตรงหน้าโจที่ยังคงอยู่ในท่าทางที่น่าอับอาย เขาอาจจะยิ้มมุมปาก "ขอบใจนะ... ที่มาช่วย 'ตรวจงาน'... และกุญแจห้องไฟฟ้าด้วย"
โจสะดุ้งเล็กน้อย ดึงมือออกจากเป้ากางเกงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าซีดเผือด รับกุญแจจากโต๊ะใกล้ๆ แล้วรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีผี โดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองย้อนกลับมา
ไทกับกันต์มองหน้ากัน ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เต็มไปด้วยความสะใจ ความบ้าคลั่ง และความผูกพันที่ยิ่งลึกซึ้งขึ้นจากการทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายร่วมกันจะผุดขึ้นบนใบหน้า
กันต์ (เสียงหอบ): "พี่ไท... นายมันโคตรบ้าเลย!"
ไท (ยิ้มกริ่ม): "ก็นายชอบคนบ้าไม่ใช่เหรอ... ที่นี่เหมาะกับเราจริงๆ... แถมได้แขกพิเศษมาชมการแสดงด้วย"
เย็นวันเดียวกันนั้น...
ภาพตัดมาที่ร้านกาแฟดีไซน์เก๋แห่งหนึ่งใจกลางเมือง เนย์ กับ อากิระ กำลังนั่งคุยกันอยู่เหนือสตอรี่บอร์ดที่ร่างขึ้นอย่างคร่าวๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเสียงหัวเราะ พวกเขาดูเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับจิ๊กซอว์สองชิ้นที่เกิดมาเพื่อกันและกัน
ภาพตัดกลับมาที่อู่ของกันต์ในเวลาเดียวกัน...
คาซึยะ ทำงานเสร็จแล้ว เขากำลังยืนอยู่คนเดียวเงียบๆ ท่ามกลางเครื่องมือที่ตอนนี้ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบตามสไตล์ของเขา เขายกมือข้างที่บาดเจ็บขึ้นมามองดูพลาสเตอร์ยาที่แปะอยู่อย่างดีบนนิ้วของตัวเอง เขาลองใช้นิ้วอีกข้างลูบมันเบาๆ ด้วยสีหน้าที่สับสนและอ่านไม่ออก
บนห้องพักชั้นบน คิม กำลังยืนคุยอยู่กับไทและกันต์ แต่สายตาของเขากลับทอดมองลงมายังร่างของช่างเครื่องหนุ่มที่ยืนอยู่ตามลำพังเบื้องล่าง... พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
โปรเจกต์แห่งความสัมพันธ์ของทั้งสองคู่... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการในเส้นทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และรากฐานที่ Hardcore ของคู่หลักก็ได้รับการตอกย้ำให้เห็นถึงความลึกซึ้งและพิสดารยิ่งกว่าเดิม