เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเช้าของรีสอร์ทค่อนข้างจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไท นั่งจิบกาแฟและอ่านเอกสารพลางๆ ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปุณณ์ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าดูอิดโรยและเก็บตัวมากกว่าปกติ เขาพยายามจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้า แต่ก็ดูเหมือนใจลอยไปไกล
ส่วนอีกโต๊ะหนึ่ง กันต์ , ต้า , และ บอส กำลังวางแผนการเที่ยวชมธรรมชาติรอบๆ รีสอร์ทอย่างออกรสออกชาติ
"วันนี้สัมมนาแม่งเริ่มสาย ไปขับรถเล่นขึ้นเขาดูวิวสวยๆ กันดีกว่าไหมวะ" กันต์เสนอ
"เออ น่าสน! กูอยากเห็นซากุระบานเต็มที่สักที" บอสเสริม
"มึงแน่ใจนะว่าขึ้นเขาแล้วจะไม่ไป 'บาน' ที่ไหนลับๆ ล่อๆ อีก?" ต้าแซวพลางหัวเราะคิกคัก
กันต์กับบอสหัวเราะตาม ก่อนจะหันมามองไทกับปุณณ์ที่นั่งเงียบอยู่
"พวกพี่ไปด้วยกันไหม?" กันต์ถาม
"พวกกูมีสัมมนาทั้งวันน่ะ คงไม่สะดวก" ไทตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสาร
"แล้วมึงล่ะไอ้ปุณณ์?" ต้าถามต่อ
ปุณณ์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองหน้าเพื่อนๆ ด้วยสายตาที่ยังคงมีความสับสนซ่อนอยู่ "เอ่อ... ผม... ผมก็คงต้องเข้าสัมมนาเหมือนกันครับ" เขาตอบเสียงแผ่ว
หลังจากนั้น ทั้งสองกลุ่มก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง
ไทกับปุณณ์มุ่งหน้าสู่ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการสัมมนา บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่จากหลากหลายประเทศ แต่สายตาของปุณณ์กลับกวาดมองหาเพียงร่างสูงของสารวัตรจากโตเกียว
เคนชิน ปรากฏตัวในอีกสิบนาทีต่อมา เขายังคงมาพร้อมกับลูกน้องคนสนิทอย่าง เรียว และ ฮารุ ทั้งสามคนนั่งประจำที่แถวหน้าสุดด้วยท่าทีที่สง่างามและสุขุม
การสัมมนากินเวลาไปหลายชั่วโมง สมาธิของปุณณ์หลุดลอยไปไกล เขารู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบคู่หนึ่งที่จับจ้องมาเป็นระยะๆ ทุกครั้งที่เขาเผลอสบตา เคนชินก็จะมองตอบนิ่งๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนปุณณ์ต้องเป็นฝ่ายหลบตาก่อนเสมอ
จนกระทั่งเวลาพักเบรกกาแฟสิบห้านาทีมาถึง...
ปุณณ์ตั้งใจจะเดินออกไปสูดอากาศข้างนอก แต่เมื่อเขาลุกขึ้น ร่างสูงของเคนชินก็ลุกขึ้นยืนตามเช่นกัน ปุณณ์ใจเต้นรัว พยายามทำเป็นไม่สนใจและเดินต่อไปยังโต๊ะกาแฟ แต่ก็รู้สึกได้ถึงฝีเท้าที่หนักแน่นของอีกฝ่ายที่เดินตามหลังมา
เมื่อปุณณ์หยุดยืนอยู่ เคนชินก็เข้ามาประชิดทางด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดที่ข้างหู พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทุ้มต่ำและเฉียบขาด
" Fitness center. Now. "
พูดจบ เคนชินก็ผละออกไปทันที ทิ้งให้ปุณณ์ยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเขาราวกับถูกสะกดจิต เขาค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องประชุมอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังฟิตเนสเซ็นเตอร์ของรีสอร์ทตามคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืน
เมื่อเขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป บรรยากาศเย็นเฉียบก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ภายในห้องล็อกเกอร์ชายนั้นเงียบสงัด... และที่นั่น เขาก็เห็นร่างสูงของเคนชินยืนพิงตู้ล็อกเกอร์รออยู่แล้วในชุดสูททำงานชุดเดิม
ทันทีที่ประตูห้องล็อกเกอร์ปิดลง เคนชินก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวทันที มีเพียงแรงผลักมหาศาลที่ดันร่างของปุณณ์เข้าไปอัดกับผนังตู้ล็อกเกอร์เย็นเฉียบจนรู้สึกจุก
"อึก!"
เคนชินใช้มือข้างหนึ่งยึดข้อมือทั้งสองข้างของปุณณ์ไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะบดขยี้ลงมาอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ มันคือจูบที่ต้องการการยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง
"อย่า... ดื้อ" เคนชินกระซิบเสียงเย็นชาเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะผละออกแล้วใช้สายตาสำรวจร่างกายของปุณณ์ เหมือนนักล่าที่กำลังชื่นชมเหยื่อ มือของเขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของปุณณ์ออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตัวเขาเองยังอยู่ในชุดสูทเกือบครบทุกชิ้น
"จับไว้..." เขาออกคำสั่งสั้นๆ ขณะจับปุณณ์ให้หันหน้าเข้าหาตู้ล็อกเกอร์
ปุณณ์สั่นไปทั้งตัวแต่ก็ยอมทำตาม เขาวางมือลงบนประตูตู้ล็อกเกอร์ที่เย็นเฉียบ ก่อนที่ร่างกายจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเคนชินสอดใส่ความเป็นชายที่แข็งแกร่งเข้ามาอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นผ่าน แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว
เคนชินเริ่มขยับสะโพกอย่างเป็นจังหวะที่หนักหน่วงและมั่นคง ทุกแรงกระแทกส่งผลให้ร่างของปุณณ์ไถลไปกับประตูตู้ล็อกเกอร์จนเกิดเสียงดัง "ปัง...ปัง..." เป็นจังหวะที่น่าอาย
"อ๊า... อ๊ะ... บะ...เบาหน่อย" ปุณณ์ครางเสียงกระเส่า
"หุบปาก" เคนชินสวนกลับเสียงเย็นชา ก่อนจะก้มลงไปกัดที่ต้นคอของปุณณ์อย่างแรงเพื่อเป็นการลงโทษ และเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้นไปอีกจนปุณณ์แทบขาดใจ
มันคือเซ็กส์ที่เต็มไปด้วยอำนาจและการควบคุม ก่อนที่เคนชินจะปลดปล่อยออกมาพร้อมกับเสียงคำรามในลำคอ เขาถอนตัวตนออกและจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว เขาทิ้งปุณณ์ที่ยืนขาพับแทบจะทรุดลงไปกับพื้น ก่อนจะเดินไปที่ประตูและหันกลับมาพูดทิ้งท้าย
"กลับไปที่ห้องประชุม... ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"
แล้วเขาก็จากไป... ทิ้งให้ปุณณ์อยู่กับความเจ็บแสบ ความเสียวซ่าน และความสับสนที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน บนเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาสูง รถเช่าสีขาวคันหนึ่งกำลังแล่นไปอย่างสบายอารมณ์ กันต์เป็นคนขับ ต้าโดยสารอยู่ข้างหน้า และบอสนั่งอยู่เบาะหลังพร้อมกับกล้องถ่ายรูปในมือ
"วิวแม่งสวยจริงว่ะ" บอสพึมพำพลางกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง
"เออนั่นดิ กูว่ามาเที่ยวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ได้พักผ่อนสมองบ้าง" กันต์เห็นด้วย
บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยเสียงเพลงและการพูดคุยหยอกล้อกันประสาเพื่อนซี้ แต่ระหว่างต้ากับบอสกลับมีความตึงเครียดบางอย่างแฝงอยู่ หลังจากเหตุการณ์ Orgy สุดเหวี่ยงที่อู่ในคืนก่อนเดินทาง ทั้งสองคนก็ดูจะหลีกเลี่ยงการสบตากันโดยไม่รู้ตัว
รถมาจอดที่จุดชมวิวแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างจะลับตาคน ทั้งสามลงจากรถเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และชมทัศนียภาพอันงดงาม
"ลมเย็นสบายดีว่ะ" ต้าพูดพลางกางแขนรับลม
บอสเดินไปยืนอยู่ริมรั้ว มองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่างด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก
"เป็นไรวะมึง เงียบๆ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ" กันต์ถามบอสด้วยความเป็นห่วง
บอสถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยที่ยังไม่หันกลับมา "กูก็ไม่รู้ดิ... มันรู้สึกแปลกๆ ว่ะ"
ต้าเดินเข้าไปใกล้ๆ บอสแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "มึงก็แค่ยังไม่ชินนั่นแหละ เมื่อคืนมันก็แค่... สุดเหวี่ยงไปหน่อย"
"ไม่ใช่อย่างนั้น..." บอสเริ่มพูด แต่ก็เงียบไปอีกครั้ง
"แล้วมันยังไงวะ?" ต้าถามอย่างใจเย็น
บอสสูดลมหายใจลึกๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับต้า สายตาของเขามีความสับสนและลังเล "กู... กูไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายแบบจริงๆ จังๆ แบบ... ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กส์มาก่อนเลยว่ะ" คำพูดนั้นทำให้ต้าชะงักไปเล็กน้อย... ในใจของเขาโหวกเหวกโวยวาย แต่ปากกลับถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "แล้วมึงรู้สึกยังไงล่ะ?"
บอสเงยหน้าสบตากับต้า แววตาของเขามีความเปราะบางและต้องการคำตอบ "กูก็ไม่รู้... มันทั้งรู้สึกดี... แล้วก็รู้สึก... เหมือนกูไม่ใช่ตัวของตัวเอง"
กันต์เดินเข้ามาใกล้ๆ ทั้งสองคน มองหน้าเพื่อนทั้งสองด้วยความเป็นห่วง
"พวกมึง..." เขายังพูดไม่ทันจบ ต้าก็เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปใกล้บอสมากขึ้นอีก
"มึงไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก" ต้ากระซิบเสียงแผ่ว "เมื่อคืน... กูเองก็รู้สึกเหมือนกัน"
แล้วโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ต้าก็โน้มตัวลงจูบริมฝีปากของบอสอย่างนุ่มนวล มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อน แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความรู้สึกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ บอสตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ผลักต้าออก เขายืนนิ่งปล่อยให้ริมฝีปากของต้าทาบทับอยู่เช่นนั้นชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขยับริมฝีปากตอบรับอย่างแผ่วเบา
กันต์ยืนมองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจและยินดี เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเพื่อนรักสองคนที่กัดกันมาตลอด จะมีโมเมนต์ที่อ่อนโยนแบบนี้ได้
แต่ความอ่อนโยนนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อต้าค่อยๆ เพิ่มความหนักหน่วงให้กับจูบของเขา มือซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของบอส ความรู้สึกทางกายที่คุ้นเคยเริ่มกลับมาอีกครั้ง
"อืม..." บอสครางออกมาเบาๆ ก่อนจะผละริมฝีปากออกเล็กน้อย "ตรงนี้... มันไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่มั้ง..."
ต้าหัวเราะเบาๆ แล้วมองไปรอบๆ "ใครสนวะ? ในเมื่อข้างในพวกเรามันร้อน... ยิ่งกว่าอากาศข้างนอกตั้งเยอะ"
พูดจบ ต้าก็ดึงบอสเข้าไปจูบอีกครั้ง คราวนี้เป็นจูบที่เร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แท้จริง
กันต์ที่ยืนมองอยู่ยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูต้าว่า "กูช่วยนะ... ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่ทำให้พวกมึงต้องมาอึดอัดใจ"
พูดจบกันต์ก็คุกเข่าลง จัดการปลดกางเกงของบอสออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นบั้นท้ายแน่นกลมที่กระตุกเกร็งด้วยความตื่นเต้น และลำเอ็นใหญ่ที่แข็งขืนโดดเด่น ในขณะที่ต้ายังคงจูบและซุกไซ้ซอกคอของบอสไม่หยุด ต้าใช้มืออีกข้างชโลมเจลลงบนลำเอ็นของตัวเอง แล้วกดเข้าไปในรูของบอสจากด้านหลังทันที! มันกลายเป็นภาพของ 3P ที่มีต้ากับบอสเป็นศูนย์กลาง โดยมีกันต์เป็นวาทยกรผู้ควบคุมจังหวะแห่งความสุข
บอสคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดปนเสียวซ่าน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านรับแรงเย็ดของต้า ความรู้สึกผิดบาปและความตื่นเต้นที่ได้ปลดปล่อยในที่แจ้งทำให้ทุกอย่างดูรุนแรงกว่าปกติ กันต์ใช้ลิ้นตวัดเลียรอบลำเอ็นของบอสอย่างชำนาญ ดูดกลืนเข้าไปลึกสุดคอ ประสานกับเสียงครางของบอสและเสียงเนื้อกระทบกันของต้า
ต้ากระหน่ำซอยบอสอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ! พั่บ! ก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบสงบ บอสครางไม่เป็นภาษา ร่างกายของเขาสั่นระริกไปทั้งตัว แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เขาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของต้าอย่างแรงเป็นการตอบโต้ ก่อนที่จะกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำรักของเขาใส่ต้าจนหมดสิ้น ต้าก็เช่นกัน เขาส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอแล้วฉีดน้ำรักของตัวเองเข้าไปในตัวบอสอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่แล้ว... เสียงท่อไอเสียของบิ๊กไบค์คันหนึ่งก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบของขุนเขา ทั้งสามชะงักและหันไปมอง ก่อนจะเห็นมอเตอร์ไซค์สปอร์ตคันงามขี่เข้ามาจอดไม่ไกลนัก ชายร่างสูงโปร่งในชุดนักแข่งเต็มยศก้าวลงจากรถ เขาถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย... อากิระ
อากิระมองภาพชายสามคนที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่น่าสนใจ เขาไม่แน่ใจว่าทั้งสามคนเป็นคนชาติอะไร จึงเริ่มทักทายด้วยภาษาญี่ปุ่นก่อน
「こんにちは。ここで何を?」(คนนิจิวะ. โคโคะเดะ นานิโอะ?)
ทั้งสามมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ อากิระจึงเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ
"Sorry. I mean, what are you guys doing? This is a pretty quiet place."
กันต์กำลังจะอ้าปากตอบ แต่ต้าที่กำลังได้อารมณ์ก็สบถออกมาเป็นภาษาไทยเสียงดัง
"ใครวะแม่ง! มาขัดจังหวะกู!"
คำสบถนั้นทำให้อากิระตาเป็นประกายทันที
"อ๊ะ! คนไทย?... โอ้... ผม... ผมเรียนภาษาไทย" เขาพูดด้วยสำเนียงกระท่อนกระแท่นแต่น่าฟัง ก่อนจะมองไปที่การกระทำของทั้งสามคนด้วยแววตาที่เข้าใจทุกอย่าง แล้วยิ้มออกมาอย่างมีเสน่ห์ "...เอ่อ... สนุก... ด้วยได้ไหม?"
คำถามที่ตรงไปตรงมาและสายตาที่เปิดเผยของอากิระทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง บอสหัวเราะออกมาเป็นคนแรก "มาดิ! ถ้ามึงแน่จริง!"
สิ้นคำท้าทาย อากิระก็จัดการถอดชุดแข่งของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแกร่งของนักกีฬา ก่อนจะเดินเข้ามาร่วมวงด้วยความมั่นใจ เขาไม่ได้รีบร้อน แต่กลับคุกเข่าลงตรงหน้ากันต์ที่กำลังใช้ปากกับบอสอยู่ แล้วพูดเบาๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า "May I?" ก่อนจะค่อยๆ เข้ามาแทนที่กันต์อย่างนุ่มนวล
การเข้ามาของอากิระทำให้ไดนามิกเปลี่ยนไป กันต์ที่ถูกปลดปล่อยจากการเป็นผู้ช่วย ลุกขึ้นมาสมทบกับต้าที่กำลังซุกไซ้บอสอยู่ ทั้งสองช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าของบอสออกจนหมด ในขณะที่อากิระกำลังทำหน้าที่ของเขาอย่างดีเยี่ยม
"ไอ้สัส...แม่ง...โคตรโปร" บอสครางออกมาอย่างหมดสภาพ บอสแอ่นสะโพกรับการปรนเปรอจากอากิระอย่างเต็มที่ ใบหน้าของเขาเหยเกด้วยความฟินที่หาได้ยาก
ตอนนี้มันได้กลายเป็น 4P ที่สมบูรณ์แบบ ต้าพลิกร่างของบอสให้นอนคว่ำลงบนพื้นหญ้า ก่อนจะสอดใส่ความเป็นชายของตัวเองเข้าไปจากด้านหลัง บอสครวญครางเสียงดัง ในขณะที่อากิระยังคงใช้ปากอยู่ที่ด้านหน้า ส่วนกันต์ก็เข้ามาดูแลต้าจากข้างหลังอีกที กลายเป็นฉากรถไฟสี่ขบวนที่โกลาหลและร้อนแรง
ต้ากระหน่ำเย็ดบอสอย่างบ้าคลั่งจากด้านหลัง เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ! พั่บ!
อากิระดูดกลืนลำเอ็นของบอสอย่างเชี่ยวชาญ เสียงดูดดังฉ่ำแฉะ
กันต์ใช้มือบีบขย้ำบั้นท้ายของต้าอย่างแรง ปลายนิ้วขยี้ไปตามร่องก้นอย่างหิวกระหาย
ร่างกายของบอสสั่นสะท้านไปทั้งตัว รับความสุขที่ถาโถมจากสามทิศทาง
พวกเขาสลับตำแหน่งและบทบาทกันอย่างสนุกสนาน ต้ากับกันต์สลับกันเย็ดบอสไปมาอย่างบ้าคลั่ง บางครั้งอากิระก็สอดแทรกเข้ามาเย็ดต้าจากด้านหน้า อากิระพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ความสามารถของเขานั้นรอบด้านและน่าทึ่ง เขาทั้งเย็ด ดูดเลีย และปรนเปรอทุกคนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งถึงจุดที่ทุกคนใกล้จะปลดปล่อย บอสเป็นคนตะโกนขึ้นมา
"รุมแม่งเลย! รับน้อง!"
ทุกคนรู้ความหมายนั้นดี พวกเขาถอนตัวออกมาแล้วรายล้อมอากิระ ก่อนจะพร้อมใจกันปลดปล่อยความปรารถนาทั้งหมดลงบนแผ่นหลังและร่างกายที่แข็งแกร่งของนักแข่งหนุ่มเป็นการต้อนรับเข้าสู่โลกของพวกเขา
หลังจากจบศึกที่จุดชมวิว ทั้งสี่คนก็นอนแผ่หลากันอยู่บนพื้นหญ้าอย่างหมดแรง เสียงหอบหายใจค่อยๆ สงบลงกลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข บรรยากาศระหว่างต้ากับบอสปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กำแพงในใจได้พังทลายลงแล้ว พวกเขาแลกไลน์กับอากิระไว้เรียบร้อย
กันต์หยิบมือถือที่อยู่ในซองกันน้ำขึ้นมา เขาจัดท่าทางให้ตัวเอง, ต้า, บอส, และอากิระที่นอนหมดสภาพอยู่ ถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยกัน ก่อนจะกดส่งเข้าไปในไลน์กลุ่ม "ใต้เบาะ" พร้อมกับแคปชั่นสั้นๆ แต่ได้ใจความ
"เจอเพื่อนใหม่โดยบังเอิญ... คนนี้ก็ชอบ 'ขี่' เหมือนกัน 😎"
หลังจากนั้นพวกเขาก็แต่งตัวและเดินทางกลับรีสอร์ทเพื่อพักผ่อน
ค่ำคืนนั้น สมาชิกทั้ง 5 คนนัดรวมตัวกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมเพื่อทานมื้อเย็น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างจะแปลกไปเล็กน้อย ปุณณ์ยังคงเงียบขรึมและมีท่าทีเหมือนคนอมทุกข์ ในขณะที่ต้ากับบอสดูจะสนิทสนมกันเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา ไทมองเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นต้ากับบอสหยอกล้อกันอย่างสนิทสนมผิดปกติ และเขาก็แอบรู้สึกยินดีในใจที่เพื่อนๆ ได้ค้นพบความสุขในรูปแบบใหม่
ทันใดนั้น มือถือของไทก็สั่นขึ้น เขาเปิดดูไลน์กลุ่มแล้วก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะยื่นให้คนอื่นๆ ดู
"อะไรของพวกมึงวะเนี่ย?" ไทถามเรียบๆ แต่สายตามองไปที่กันต์
กันต์, ต้า, และบอสชะโงกหน้าไปดูรูปเซลฟี่ 4 คนที่กันต์ส่งไป แล้วก็หัวเราะออกมา
"ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละพี่" กันต์ตอบยิ้มๆ "ได้เพื่อนใหม่มาคนนึง ชื่ออากิระ เป็นนักแข่งรถ"
"แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปนอนแก้ผ้าด้วยกันแบบนั้น" ไทถามต่อ น้ำเสียงของไทยังคงเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับมีประกายของความ "หน่วง" เล็กน้อยเมื่อเห็นภาพที่กันต์ใกล้ชิดกับอากิระ
"เรื่องมันยาวน่าพี่..." บอสตอบปัดๆ "เอาเป็นว่าเขาเป็นคนดี... แล้วก็ 'เข้ากัน' กับพวกเราได้ดีมาก" บอสพูดพลางเหลือบมองต้าด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมาย
ปุณณ์ที่นั่งฟังอยู่เงยหน้าขึ้นมามองรูปในมือถือของไท เขามองเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของเพื่อนๆ แล้วก็ก้มหน้าลงมองอาหารของตัวเองอีกครั้ง ในใจรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว... ในขณะที่เพื่อนของเขากำลังสร้างความทรงจำที่สนุกสนาน เขากลับต้องไปเผชิญกับเรื่องลับๆ ที่รุนแรงและน่าสับสนอยู่เพียงลำพัง
ความแตกต่างนี้... คือสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนในญี่ปุ่นของเขารู้สึกขมขื่นและโดดเดี่ยวกว่าที่เคยจินตนาการไว้มากนัก
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ ไทกับกันต์เดินกลับมาที่ห้องพักของพวกเขา บรรยากาศเงียบงันผิดปกติ กันต์รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดบางอย่างจากไท ผู้ซึ่งนั่งจิบเบียร์เงียบๆ อยู่ริมระเบียง มองออกไปยังวิวเมืองยามค่ำคืน
"พี่ไท... เป็นอะไรหรือเปล่า?" กันต์เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วถามด้วยความเป็นห่วง เขาวางมือลงบนไหล่ของไทเบาๆ
ไทไม่ได้ตอบทันที เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะหันมามองกันต์ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
" กู... กูแค่ไม่ชอบ... เวลาที่คนอื่นมองมึงด้วยสายตาแบบนั้น " ไทสารภาพออกมาเสียงต่ำ " หรือเวลาที่คนอื่น... เข้าใกล้ 'ของของกู' มากเกินไป "
กันต์ชะงักไปเล็กน้อย เขารับรู้ได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของไท ความรู้สึกที่มากกว่าแค่ความหึงหวงปกติ แต่เป็นความรู้สึกหวงแหนในแบบที่ไทไม่เคยแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งมาก่อน
"พี่... พี่หมายถึงไอ้อากิระเหรอ?" กันต์ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
ไทพยักหน้าช้าๆ "กูเห็น... ในรูปที่มึงส่งมานั่นแหละ "
กันต์ยิ้มเล็กน้อย เขาดึงไทให้ลุกขึ้นยืน แล้วโอบรอบคออีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบข้างหูว่า "พี่... ไม่ต้องห่วงหรอกนะ... กันต์เป็นของพี่... คนเดียว"
สิ้นเสียง กันต์ก็เป็นฝ่ายเริ่มต้นจูบไทอย่างดูดดื่ม เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและความเข้าใจ ไทตอบรับจูบนั้นอย่างรุนแรงและเร่าร้อน เขากอดกันต์เข้ามาแนบแน่นราวกับกลัวจะสูญเสีย กันต์รับรู้ได้ถึงความปรารถนาและความเป็นเจ้าของที่ไทถ่ายทอดผ่านจูบนั้น ไทจับใบหน้าของกันต์ไว้แน่น จูบอย่างลึกซึ้งและดูดดื่ม ลิ้นของทั้งคู่พันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน เสียงดูดจูบดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ
" มึงเป็นของกู... ของกูคนเดียว " ไทกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะอุ้มกันต์ขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้วเดินตรงไปยังเตียงนอนอย่างไม่รอช้า ค่ำคืนนั้น บทรักของทั้งคู่เต็มไปด้วยความดุเดือดและเร่าร้อน เป็นการยืนยันสถานะความเป็นเจ้าของและคลายปมความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างหนักแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา