หลังจาก "ตำนาน" บนดาดฟ้าตึกระฟ้าได้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ "สงครามใต้ดิน" ชื่อของ The Aperture Club ก็กลายเป็นคำพ้องของความกล้าบ้าบิ่นและสุดขั้วในวงการ Risky Exhibition ชัยชนะยังคงหอมหวาน และไฟแห่งความสำเร็จนั้นยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจของคิน เต้ เจต และนนท์ พวกเขากลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่คนวงใน เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตที่ทุกคนอยากสัมผัส
ไม่กี่วันต่อมา โทรศัพท์ของคินก็สั่นสะท้านด้วยข้อความจากภูมิ กัปตันทีมฟุตบอลมหาวิทยาลัย
"พวกมึง! ทีมกูเป็นแชมป์แล้วโว้ย! คืนนี้ฉลองใหญ่ที่ห้องแต่งตัวนักกีฬา โค้ชกูฝากมาบอกว่าอยากให้พวกมึงมาเป็น 'ของขวัญ' ให้ทีม... และเป็น 'รางวัล' สำหรับพวกมึงด้วย!"
ข้อความนั้นดิบและตรงไปตรงมาจนไม่ต้องตีความ ไม่มีการอ้อมค้อม ไม่มีคำพูดสวยหรู มีเพียงความต้องการดิบๆ ที่ถูกส่งตรงถึงกัน คิน เต้ เจต และนนท์สบตากัน แววตาของพวกเขาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นปนความใคร่ "ของขวัญ" ที่นักฟุตบอลทั้งทีมรอคอย และ "รางวัล" ที่พวกเขาจะได้รับ มันคือการตอกย้ำสถานะเทพเจ้าองค์ใหม่แห่งวงการอย่างไม่ต้องสงสัย ราวกับว่าชัยชนะของพวกเขาได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด
เจตเลียริมฝีปาก พลางหัวเราะหึๆ "เชี่ย... โค้ชแม่งเอาด้วยเหรอวะ... กู硬รอเลย" คินยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แววตาคมกริบ "นี่แหละ... รางวัลของคนชนะ... ที่แท้จริง"
คำเชิญถูกตอบรับในทันที ค่ำคืนนั้น พวกเขาทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังอาคารกีฬาของมหาวิทยาลัย สถานที่ที่ปกติอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อและฮอร์โมนเพศชาย แต่คืนนี้มันจะถูกยกระดับไปสู่ความดิบเถื่อนอีกขั้น... เป็นเวทีแห่งตัณหาที่จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้าจมูกอย่างจัง กลิ่นเหงื่อไคลที่ยังสดใหม่จากการฝึกซ้อม กลิ่นสเปรย์ระงับกลิ่นกายที่พยายามกลบเกลื่อนกลิ่นกายชายฉกรรจ์ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมปนเป และที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นฟีโรโมนของผู้ชายจำนวนมากที่อัดแน่นอยู่ในห้องแต่งตัวขนาดใหญ่จนแทบสำลัก แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงบนร่างกำยำของเหล่านักฟุตบอล ทั้งภูมิ, ต้น, แฟลช, ก้อง, และแทน บางคนยังอยู่ในชุดกีฬาที่ชุ่มเหงื่อจนเป็นคราบ เผยให้เห็นเส้นกล้ามเนื้อที่อ่อนนุ่มอยู่ใต้เนื้อผ้าที่เปียกชุ่ม บางคนเปลือยท่อนบนโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่ขึ้นเงาจากการถูกแสงสะท้อน และที่ศูนย์กลางของความวุ่นวายนั้นคือ "โค้ช" ชายร่างใหญ่ผู้มีอำนาจสูงสุดในห้องนี้ สายตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี... กำลังกวาดมอง "ของขวัญ" ตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง
"มากันแล้วเหรอ... 'ของขวัญ' ของพวกเรา" โค้ชเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้นปนความหิวกระหาย "และคืนนี้... พวกมึงก็คือ 'รางวัล' ของพวกกู!"
สิ้นเสียงประกาศก้อง เสียงโห่ร้องอย่างหื่นกระหายก็ดังกระหึ่ม เสื้อผ้าถูกกระชากออกจากร่างอย่างไม่ไยดี เสียงผ้าฉีกขาดดังสลับกับเสียงเนื้อหนังที่ถูกเผยให้เห็น เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแกร่งและลำควยที่แข็งขืนผงาดขึ้นพร้อมรบราวกับเป็นกองทัพที่เตรียมเข้าสู่สมรภูมิ พลวัตของฉากเซ็กส์กลุ่มใหญ่เริ่มต้นขึ้นอย่างป่าเถื่อน ไม่มีคำสั่ง ไม่มีกฎเกณฑ์ มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่ถูกขับเคลื่อนด้วยชัยชนะและความใคร่ที่อัดอั้นมานาน
คินกลายเป็นศูนย์กลางของพายุในทันที เขาถูกภูมิ กัปตันทีมร่างยักษ์กระแทกให้หันหลังพิงกับตู้ล็อกเกอร์เหล็กเย็นเฉียบ เสียงแผ่นหลังเปลือยเปล่ากระทบกับโลหะดังผางจนเสียวสะท้านไปถึงไขสันหลัง ความคับแน่นจนแทบฉีกขาดทำให้คินต้องบิดตัวหนี แต่ภูมิกลับยึดสะโพกเขาไว้แน่น ออกแรงกระแทกสวนกลับมาอย่างป่าเถื่อน จนเสียงเนื้อบดเบียดดังสนั่น กลิ่นเหงื่อไคลของภูมิที่ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนของเขาเองตีเข้าจมูกจนมึนไปหมด
"อ๊ากกก! ภูมิ! เชี่ย... แม่งเอ๊ย! โคตรแน่น! โคตรลึก!" คินกัดฟันกรอด เสียงร้องของเขาถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อต้น นักบอลอีกคนเข้าประชิดจากด้านหน้า เขาคว้าท้ายทวยคินไว้แน่น แล้วยัดลำควยที่แข็งขืนร้อนผ่าวของตัวเองเข้าปากคินจนสุดโคน บังคับให้คินต้องแหงนหน้ารับอย่างจำยอม คินพยายามกลืนก้อนเนื้อใหญ่ลงคอ แต่ลมหายใจกลับถูกเบียดบังจนรู้สึกเหมือนจะขาดใจ รสชาติคาวปนเค็มของน้ำอสุจิที่ไหลซึมจากปลายหยดเข้าสู่ลิ้น ในขณะเดียวกัน แฟลชก็คุกเข่าลง จัดการชักรูดลำควยของคินที่สู้มืออย่างบ้าคลั่ง ปลายนิ้วหยาบกร้านบีบคลึงยอดปลายที่แข็งปูดจนเจ็บแปลบ ชักเข้าออกด้วยจังหวะเร็วกระหน่ำ "อ๊า... อื้อออ!" คินครางไม่เป็นศัพท์ ถูกปรนเปรอจากทุกทิศทางจนสมองขาวโพลน ดวงตาพร่ามัว เห็นเพียงร่างกำยำที่ทับถมกันอยู่รอบตัว กลิ่นเหงื่อปนฟีโรโมนตีเข้าจมูกจนมึนไปหมดราวกับจะหลุดลอยไป
แต่คินไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่เฉยๆ เขาใช้จังหวะที่ต้นผ่อนแรงจูบ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใช้ลิ้นตวัดเลียปลายลำควยของต้นอย่างยั่วเย้า ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าหมับเข้าที่เป้าของภูมิที่กำลังกระแทกสวนเข้ามาไม่ยั้ง แล้วดึงมันออกมาจากรูของตัวเองอย่างแรงจนภูมิร้องซี๊ดด้วยความเจ็บปนเสียว "พวกมึงคิดว่ากูเป็นแค่ของเล่นเหรอ? กูจะทำให้พวกมึงรู้ว่าใครเป็นนายที่แท้จริง" คินคิดในใจอย่างเยือกเย็น แววตาของเขาฉายประกายอำมหิต ก่อนจะพลิกตัวกลับไปเผชิญหน้า สายตาของคินเต็มไปด้วยประกายของความท้าทายและบ้าคลั่ง "มึงอยากโดนกูเอาบ้างไหมล่ะ... กัปตัน?" คินยิ้มยั่ว ก่อนจะกดหัวภูมิลงกับตู้ล็อกเกอร์แล้วยัดลำควยของตัวเองเข้าปากภูมิอย่างดุดัน คินกระแทกสวนเข้าไปช้าๆ หนักๆ หนึ่งครั้ง จนภูมิหน้าเหยเก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่คินจะสบตาภูมิราวกับจะประกาศอำนาจและกลับไปสับสะโพกกระหน่ำใส่ปากภูมิอย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ปลายลำเนื้อขูดกับเพดานปากจนภูมิสำลัก แต่คินไม่สนใจ เขากดศีรษะภูมิไว้แน่น ให้รับบทลงโทษจาก "ของขวัญ" ที่กลายมาเป็น "ผู้ล่า"
เต้คือภาพของความสุขสมจากการยอมจำนนโดยสมบูรณ์ เขาถูกโค้ชจับให้โก้งโค้งอยู่บนม้านั่งยาว กล้ามเนื้อสะโพกแข็งแรงของโค้ชบดเบียดเข้ากับก้นของเต้จนเนื้อปลิ้น ลำควยขนาดมหึมาของโค้ชกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูของเขาอย่างหนักหน่วงและเชี่ยวชาญ เสียงเนื้อกระทบกันดังตับๆ สะท้อนก้องในห้อง เต้จิกเล็บลงบนเนื้อไม้จนเป็นรอยลึก ความเจ็บปวดที่ปนกับความสุขสมทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่างไม่หยุดหย่อน
"อ๊า... โค้ช... ลึก... ลึกอีก! อ๊าาาาา!" เต้กรีดร้องอย่างสุดเสียง ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด เขาถูกแทนกับก้องรุมเลียและดูดดุ้นของเขาจากด้านหน้าอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียตั้งแต่โคนจรดปลาย ยอดปลายที่แข็งปูดถูกดูดเม้มจนเสียวแปลบ เต้เงยหน้าขึ้นมา สบตากับนักบอลอีกคนที่กำลังจะเข้ามาแจม แล้วส่งยิ้มยั่วยวนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขสม "นี่แหละ... นี่คือสิ่งที่กูต้องการมาตลอด การถูกปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องควบคุมอะไรทั้งนั้น" เขาคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกที่เคยถูกกดทับมาตลอดชีวิตกำลังระเบิดออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด เต้ไม่ได้คิดจะสู้กลับ เขาปล่อยให้ร่างกายจมดิ่งลงไปในห้วงของความเสียวซ่านที่ถูกมอบให้ ยอมเป็นเพียงตุ๊กตาให้นักกีฬาร่างกำยำและโค้ชผู้หิวโหยได้ระบายใคร่อย่างเต็มที่ ความรู้สึกปลดเปลื้องอย่างถึงที่สุดทำให้เขารู้สึกเหมือนลอยอยู่บนอากาศราวกับอยู่ในความฝัน
เจตคือความโกลาหลที่เคลื่อนที่ได้ เขาถูกแฟลชกับต้นประกบเย็ดแบบ Double Penetration ลำควยสองลำกระแทกเข้าสู่รูทวารของเขาพร้อมกันจากสองทิศทางจนต้องหวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปนเสียว "อ๊าาา! สองควย! แม่งเอ๊ย! จะขาดแล้ว! อ๊าาาาา!" เสียงเนื้อฉ่ำแฉะดังขึ้นทุกครั้งที่ลำเนื้อเข้าออก สลับกับเสียงหอบหายใจของเจตที่ดังถี่ขึ้น แต่แทนที่จะอยู่นิ่งๆ เขากลับใช้มือที่ว่างอยู่คว้าลำควยของนักบอลอีกคนที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ มาชักรูดให้พลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะที่คลุ้มคลั่งบ่งบอกว่าเขาหลงระเริงกับมันแค่ไหน "นี่สิสวรรค์ของกู... ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งเยอะ ยิ่งดี!" เจตคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเป็นประกายด้วยความหื่นกระหายที่ไม่มีวันพอ เมื่อแฟลชถอนควยออกเพื่อพักหายใจ เจตก็หันไปคว้าคอของต้นที่ยังคาอยู่ในรูของเขาแล้วประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนๆ ตวัดพันกันอย่างหิวกระหาย แลกเปลี่ยนน้ำลายและเสียงครางกันอย่างไม่อายใคร เขาคือพายุที่หมุนวนอยู่ในใจกลางพายุอีกที ไม่มีความละอายใดๆ เหลืออยู่
ส่วนนนท์ เขาถูกภูมิและนักบอลอีกคนจับตรึงไว้กับผนัง คนหนึ่งเย็ด อีกคนอม นนท์ถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายของเขาถูกพันธนาการไว้แน่น แต่แววตาของเขากลับมองหาบางอย่าง จนกระทั่งสบเข้ากับสายตาของแทน นักบอลหน้าคมที่ยืนชักควยตัวเองอยู่ไม่ไกล นนท์ส่งสายตายั่วเย้าท้าทาย ราวกับจะเชื้อเชิญให้แทนก้าวเข้ามา แทนแสยะยิ้มก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมเข้ามา ผลักนักบอลที่กำลังอมให้นนท์อยู่ออกไปอย่างไม่ไยดี แล้วเข้าแทนที่ด้วยตัวเอง "ท่ามกลางคนเป็นสิบ... แต่ในสายตากูมีแค่มึงคนเดียว... แทน" นนท์คิดในใจขณะที่ร่างของแทนบดเบียดเข้ามาแทนที่ ความรู้สึกนี้แปลกประหลาดแต่กลับเย้ายวนอย่างที่สุด การกระทำของพวกเขาทั้งสองรุนแรงและเน้นหนักไปที่กันและกันจนเหมือนสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาท่ามกลางความอลหม่านนั้น เสียงดูดดุ้นดังจ๊วบจ๊าบ และเสียงสะโพกกระทบผนังดังปึกๆ เป็นจังหวะเร่งเร้า ราวกับเป็นบทเพลงแห่งความใคร่ของทั้งคู่
ความบ้าคลั่งแผ่ขยายไปทั่วทุกพื้นที่ ห้องอาบน้ำที่ชื้นแฉะกลายเป็นสมรภูมิที่ลื่นไหล ร่างกายเปลือยเปล่าเสียดสีกันใต้สายน้ำที่สาดซัด เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนกับผนังกระเบื้อง กลิ่นสบู่ผสมกับกลิ่นกามคละคลุ้งไปทั่ว สร้างบรรยากาศที่ปลุกเร้าทุกโสตประสาท
ทันใดนั้นเอง!
เสียงกุญแจโลหะกระทบกันดังกริ๊งๆ มาจากทางเดิน ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ใกล้เข้ามา... เสียงนั้นดังชัดขึ้นเรื่อยๆ จนทุกคนที่กำลังระบายความใคร่ต้องหยุดชะงัก
ทุกคนหยุดชะงัก! ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสาป!
หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก อะดรีนาลีนแห่งความกลัวที่เกือบถูกจับได้ฉีดพล่านไปทั่วร่าง ร่างกายที่ยังคงพันพัวกันแข็งค้าง มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังระงมในความเงียบงัน ความเสียวจากความเสี่ยงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ความกลัวว่าจะถูกจับได้กลับยิ่งเติมเชื้อไฟแห่งความบ้าคลั่งให้ลุกโชน
ประตูห้องแต่งตัวแง้มเปิดออกอย่างช้าๆ... แสงจากภายนอกสาดเข้ามา เผยให้เห็นร่างของชายสามคนในชุดยูนิฟอร์มช่างซ่อมบำรุง พวกเขาคืออาร์ม, บอย, และเกม ที่กำลังถืออุปกรณ์และไฟฉายเข้ามาเพื่อตรวจสอบระบบไฟตามเวรดึก ใบหน้าของพวกเขาบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งคืน
ทั้งสามคนยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นประกายของความหิวโหยที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน แสงจากไฟฉายในมือสั่นระริก กวาดไปทั่วภาพอุจาดตาตรงหน้า... ภาพของผู้ชายเกือบยี่สิบคนกำลังเปลือยกายร่วมเพศกันอย่างเร่าร้อน ร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำกาม ลำควยที่ยังเสียบคาอยู่ในรูทวาร เสียงคราง เสียงเนื้อกระทบกันยังคงแว่วมาในความเงียบอันน่าขนลุก กลิ่นกามคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลและสบู่ฉุนกึก ตรึงจมูกจนรู้สึกหวิงไปหมด แสงนีออนสะท้อนให้เห็นทุกรายละเอียดอย่างชัดเจน
แทนที่จะตกใจหรือวิ่งหนี... ดวงตาของพวกเขากลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง... ที่แปรเปลี่ยนเป็นความอยากรู้อยากเห็น... และสุดท้ายคือ ความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบัง ลำควยของพวกเขาทั้งสามคนแข็งขืนขึ้นจนดันเป้ากางเกงจนนูนเป็นลำอย่างน่าเกลียด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำเนื้อที่ขยายใหญ่ ชี้โด่เด่พร้อมรบราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เสียงหายใจของช่างทั้งสามคนดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
อาร์ม หัวหน้าช่าง กลืนน้ำลายดังเอื๊อก ลำคอแห้งผากด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา "เชี่ย... ปาร์ตี้เหี้ยอะไรวะเนี่ย... ขอกูแจมด้วยคนดิ" เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทา ความหยาบคายและดิบเถื่อนในน้ำเสียงบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น และเต็มไปด้วยความกระหายที่ไม่ต่างจากสัตว์ป่า
เขาไม่ได้รอคำตอบ...
คลิก!
เสียงล็อกประตูจากด้านในดังขึ้น เป็นเหมือนสัญญาณของการเริ่มต้นยกที่สองที่บ้าคลั่งและไร้ขีดจำกัดยิ่งกว่าเดิม เสียงล็อกดังคลืดดังก้องในความเงียบราวกับประตูสู่ขุมนรกได้ถูกเปิดออก บานประตูที่ปิดลงตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศที่เคยเป็นความบ้าคลั่งจากการเฉลิมฉลองชัยชนะ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความดิบเถื่อนไร้กฎเกณฑ์อย่างสมบูรณ์
ช่างทั้งสามคนกระชากเสื้อผ้าของตัวเองออก เสียงผ้าที่ฉีกขาดเผยให้เห็นร่างกายที่สมบุกสมบันจากการทำงานหนัก กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่ไม่ได้สวยงามแบบนักกีฬา แต่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและพลังดิบที่ซ่อนอยู่ กลิ่นน้ำมันเครื่องและเหงื่อไคลของพวกเขาผสมผสานกับกลิ่นคาวกามในห้อง สร้างความเย้ายวนที่ดิบเถื่อนยิ่งกว่า ก่อนจะกระโจนเข้าสู่วังวนแห่งตัณหาอย่างไม่ลังเล อาร์มพุ่งเข้าหาโค้ชที่ยังคงยืนหอบอยู่ข้างตู้ล็อกเกอร์ คว้าเข้าที่เอวแล้วลากไปติดผนัง ก่อนจะสาดจูบใส่ปากโค้ชอย่างดุดัน รสชาติบุหรี่ปนเหงื่อถูกแลกเปลี่ยนกันอย่างหิวกระหาย ในขณะที่บอยกับเกมก็พุ่งเข้าหานักฟุตบอลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กระชากเสื้อผ้าออกแล้วก้มลงครอบคลึงลำเนื้อที่ยังคงแข็งขืนอยู่ ความดิบเถื่อนของพวกเขาที่แตกต่างจากเหล่านักกีฬา ยิ่งทวีความร้อนแรงให้ปาร์ตี้นี้ขึ้นไปอีก
ฉากเซ็กส์ที่อลหม่านถึงขีดสุดได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นทำให้ทุกอย่างไร้ระเบียบโดยสมบูรณ์ ร่างกายจำนวนมากพันพัวกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร เสียงคราง เสียงคำราม เสียงสั่งอย่างหยาบคาย "อ้าอีก!" "อมให้ลึกๆ!" "เย็ดกูแรงๆ เลยไอ้สัส!" ดังผสมปนเปกันไปหมด ราวกับเป็นเสียงเพลงซิมโฟนีแห่งความใคร่ที่บรรเลงอยู่ในห้องปิดตาย
คินถูกโค้ชและอาร์มหัวหน้าช่างประกบหน้าหลังอย่างรุนแรงจนหลังของเขากระแทกกับตู้ล็อกเกอร์ดังปังๆ ความเจ็บที่หลังปนกับความสุขสมที่รุมเร้าจากสองลำควยที่กระแทกเข้ามาไม่ยั้ง ในขณะที่ปากของเขาก็ถูกใช้เป็นที่ระบายของนักบอลอีกคน ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียยอดปลายจนเสียวสะท้านไปถึงปลายเท้า "อ๊าาาา! พอแล้ว! กูจะแตก... อ๊ากกก!" เสียงครางของคินดังลั่นเมื่อร่างกายกระตุกเกร็งใกล้ถึงจุดสุดยอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมจนน้ำตาไหลริน
เต้ถูกลากเข้าไปในห้องอาบน้ำ ถูกจับให้นอนราบบนพื้นกระเบื้องเย็นๆ แล้วถูกรุมเย็ดรุมเลียจากช่างและนักบอลอีกสี่ห้าคน รูทวารของเขาถูกกระแทกอย่างไม่ปรานีจากหลายลำควยพร้อมกัน มือหลายคู่บีบนวดก้นของเขาอย่างรุนแรง ในขณะที่ปากอีกหลายปากก็รุมเลียและดูดดุ้นของเขาจนร่างกายของเขากระตุกเกร็ง น้ำตาและน้ำลายไหลปะปนกันไปกับสายน้ำที่ชะล้างคราบกามลงท่อระบายน้ำ ลำควยที่เสียบคาอยู่บางลำถูกกระแทกลึกจนรู้สึกถึงปลายยอดที่ขูดกับผนังลำไส้ เสียงครางต่ำๆ ของช่างที่กระซิบข้างหูว่า "มึงแม่งโคตรเด็ดเลยว่ะ... อยากจะเย็ดให้จมคาตีน" ยิ่งทำให้เต้บิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่ปนเปื้อนด้วยความอับอาย เต้กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสุขสมที่รุนแรงจนเกินจะรับไหว
ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วทุกอนู เสียงเนื้อกระทบกันดังตับๆ ผสมกับเสียงสะโพกที่กระแทกกับผนังและตู้ล็อกเกอร์ คลื่นแห่งความสุขสมซัดกระหน่ำไม่หยุดหย่อน น้ำอสุจิสีขาวขุ่นพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นกระเบื้อง ผนังตู้ล็อกเกอร์ ร่างเปลือยเปล่าที่ทับถมกันราวกับภาพวาดแนวแอ็บสแตร็กต์ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากความใคร่ กลิ่นคาวกามอบอวลไปทั่วห้อง ผสมกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นฟีโรโมน กลิ่นเหล็กจางๆ ปนกลิ่นน้ำมันเครื่องจนแทบสำลัก สร้างบรรยากาศที่ปลุกเร้าและครอบงำทุกสัมผัส
ในที่สุด... หลังจากเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ความบ้าคลั่งก็ค่อยๆ สิ้นสุดลง ร่างกายจำนวนมากนอนหอบหายใจระทวยอยู่บนพื้น หรือพิงกับล็อกเกอร์อย่างหมดแรง ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงหอบและความรู้สึกพึงพอใจอย่างถึงที่สุดที่แผ่ซ่านไปทั่ว ความเงียบที่เข้ามาเยือนนั้นหนักอึ้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ
โค้ชหัวเราะในลำคอ "ดูท่า... คืนนี้คงไม่มีใครได้กลับบ้านว่ะ" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุขสมที่เกินบรรยาย
ช่างทั้งสามคนเป็นกลุ่มแรกที่ลุกขึ้น พวกเขาเช็ดตัวลวกๆ แล้วรีบแต่งตัวกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง ทิ้งไว้เพียงคำพูดสั้นๆ จากอาร์ม "ไว้มีโอกาสหน้า... เรียกพวกผมได้นะโค้ช" พร้อมรอยยิ้มที่รู้กันถึงความลับที่พวกเขาเพิ่งร่วมกันสร้างขึ้น
ที่เหลือต่างหลับใหลไปในกองก่ายของร่างกายที่เหนื่อยล้า บางคนยังคงกอดเกี่ยวกันอย่างไม่รู้ตัว เป็นภาพของผลพวงจากราตรีแห่งชัยชนะที่ดิบเถื่อนและเร่าร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา... ราตรีที่ปลดปล่อยทุกความต้องการที่ซ่อนเร้น
รุ่งอรุณคืบคลานเข้ามา แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่าง ปลุกให้คินรู้สึกตัวเป็นคนแรก ร่างกายของเขาปวดร้าวไปทุกส่วน แต่กลับรู้สึกเป็นอิสระอย่างประหลาด เขามองเห็นร่างของเพื่อนๆ และนักฟุตบอลที่นอนกอดเกี่ยวกันอย่างไม่ตั้งใจ บางคนยังคงมีลำควยแข็งคาอยู่เป็นหลักฐานของความบ้าคลั่งเมื่อคืน
ภูมิที่นอนอยู่ข้างๆ ขยับตัวตื่นขึ้น เขายิ้มให้คินอย่างอ่อนเพลีย "โอ๊ย... ปวดควยชิบหายเลยว่ะมึง" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
คินหัวเราะเบาๆ "เหมือนกันพี่... แต่เมื่อคืนแม่งโคตรคุ้ม" ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความพึงพอใจและชัยชนะ
แทนที่จะพูดต่อ ภูมิกลับเลื่อนใบหน้าลงต่ำ แล้วค่อยๆ ใช้ลิ้นเลียที่ปลายยอดลำควยของคินที่เริ่มตื่นตัวอีกครั้งอย่างช้าๆ คินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกอุ่นชื้นปลุกเร้าอารมณ์ของเช้าวันใหม่ ความเสียวซ่านบางเบาที่แตกต่างจากความรุนแรงเมื่อคืน
เสียงดูดดุ้นที่ดังจ๊วบจ๊าบในความเงียบกลายเป็นนาฬิกาปลุกชั้นดี ปลุกให้คนอื่นๆ เริ่มขยับตัว ไม่นานนัก วงจรแห่งความใคร่รอบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันนุ่มนวลและเชื่องช้ากว่าเดิม เป็นการปรนเปรอกันและกันเพื่อเยียวยาความเมื่อยล้าจากสงครามเมื่อคืน สัมผัสที่ปลอบโยนปนความใคร่ที่ยังคุกรุ่น
ทุกคนทยอยลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ สบตากันด้วยรอยยิ้มที่รู้กันและสายตาที่เต็มไปด้วยความลับที่จะผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยกันตลอดไป การจากไปอย่างเงียบเชียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกามที่แห้งกรัง และความทรงจำที่จะตราตรึงใจไปชั่วนิรันดร์... ความทรงจำของราตรีที่พวกเขาได้ค้นพบ "อิสรภาพที่แท้จริง"
ราตรีแห่งชัยชนะได้จบลงแล้ว แต่สำหรับ The Aperture Club มันคือการเปิดประตูไปสู่ "อิสรภาพที่แท้จริง" ที่พวกเขาตามหา... และเป็นบทนำไปสู่บทสรุปของซีซั่นที่ไม่มีใครคาดเดาได้