ผืนน้ำสีฟ้าครามโอบล้อมกาย เสียงจากภายนอกมลายหายไป เหลือเพียงเสียงฟองอากาศที่พุดผุดไล่ขึ้นสู่ผิวน้ำ และ จังหวะหัวใจของคิน ที่เต้นกระหน่ำในอกอย่างบ้าคลั่งราวกับจะหลุดออกมาจากโพรงซี่โครง พลังงานทั้งหมดรวมอยู่ที่กล้ามเนื้อทุกส่วน ตั้งแต่ปลายนิ้วจรดปลายเท้า แขนแกร่งเหยียดพุ่งไปข้างหน้าอย่างแม่นยำ ลำตัวบิดเกลียวรับกับแรงแหวกว่าย ขาสับถี่ ส่งให้ร่างกำยำทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ทุกการเคลื่อนไหวคือศิลปะที่สมบูรณ์แบบ เกิดจากการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในทุกอณูของเซลล์ เขาแทบไม่ต้องคิด ไม่ต้องสั่งการ เพียงแค่ปล่อยให้ร่างกายที่ได้รับการหล่อหลอมมาอย่างดีเยี่ยมทำหน้าที่ของมันเอง
แสงไฟใต้น้ำส่องสว่างกระทบกับมัดกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล ทำให้เห็นถึงความงามของการประสานงานกันระหว่างความแข็งแกร่งและความอ่อนช้อย คินรู้สึกราวกับตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของผืนน้ำ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างมาเพื่อดำรงอยู่ในโลกใบนี้ ในห้วงเวลาใต้น้ำที่เงียบสงัดนี้เอง ที่เขาได้สัมผัสถึงความสงบที่แท้จริง เป็นความสงบที่หายากยิ่งในชีวิตที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวนและความคาดหวังจากภายนอก โลกใต้น้ำคือพื้นที่เดียวที่เขาได้เป็นอิสระจากทุกสายตาที่จับจ้อง จากทุกคำพูดที่บีบคั้น เขาหลับตาลงชั่วขณะ ปล่อยให้แรงเฉื่อยพาเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง รู้สึกถึงแรงต้านของน้ำที่โอบรับและผลักดันไปพร้อมกัน มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย แต่ในวันนี้มันกลับมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็นมา
เพียงอึดใจ ปลายนิ้วของคินก็แตะขอบสระ เป็นคนแรก เสียงแตะของฝ่ามือกระทบกับกระเบื้องขอบสระดังสนั่นในหูของเขา ก่อนที่โลกภายนอกจะถาโถมกลับเข้ามาทันทีที่ศีรษะพ้นผิวน้ำ เสียงกึกก้องของเหล่าผู้ชมที่ตะโกนเชียร์ดังกระหน่ำราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่ฝั่ง เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า คินพยุงตัวขึ้นจากน้ำ เขาทอดถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ผิวสีแทนชุ่มไปด้วยหยาดน้ำที่เกาะพราว กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนชัดเจนสมกับเป็นนักกีฬาผู้ไร้ที่ติ ผู้ที่ชีวิตถูกสร้างมาเพื่อการแข่งขันและชัยชนะโดยเฉพาะ หยาดน้ำที่ไหลจากเรือนผมสีเข้มลงมาตามใบหน้าและแผงอกที่กว้างขวาง ดูราวกับเหงื่อแห่งชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ
เขายกมือขึ้นรับเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นหวัญไหว เสียงผิวปากและเสียงกรี๊ดกร๊าดดังแซ่ซ้อง ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายหน้า ตั้งแต่นักเรียนที่มาเชียร์เพื่อน, อาจารย์ที่ภาคภูมิใจ, ไปจนถึงบรรดาผู้ปกครองที่มารวมตัวกันเพื่อดูความสำเร็จของลูกหลาน ก่อนจะหยุดที่พ่อกับแม่ของเขา ท่านทั้งสองยืนยิ้มกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเกินจะเก็บซ่อน ถือโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพแห่งความทรงจำอันมีค่าของลูกชายผู้เป็นความหวัง คินฉีกยิ้มตอบกลับไป รอยยิ้มนั้นกว้างพอดี จัดวางอย่างดีเยี่ยม ราวกับถูกซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ว่ารอยยิ้มแบบไหนที่จะดูสมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของทุกคน ว่าต้องทำสีหน้าแบบไหนให้ดูถ่อมตัวแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี เพื่อไม่ให้ใครรู้สึกว่าเขาหยิ่งทะนง มันเป็นบทบาทที่เขาแสดงมาตลอดชีวิต และเขาก็ทำมันได้ดีเยี่ยมเสมอมา ใบหน้าของเขาสะท้อนความคาดหวังของทุกคนได้อย่างไร้ที่ติ
“สุดยอดมากไอ้คิน! แชมป์สมัยที่สามแล้วโว้ย!” โค้ชร่างใหญ่เดินเข้ามากอดคอเขาแน่นจนรู้สึกอึดอัด กลิ่นคลอรีนผสมกับกลิ่นเหงื่อของโค้ชฉุนกึก “เก่งชิบหาย! สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์กู!” โค้ชตบหลังเขาป้าบๆ ด้วยความยินดีปรีดาเกินบรรยาย ดวงตาของโค้ชเป็นประกายด้วยความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นความสุขที่คินรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสัมผัสได้
“เป็นเพราะโค้ชครับ ผมทำคนเดียวไม่ได้หรอก” คินตอบกลับด้วยประโยคเดิมๆ ที่เขาพูดจนขึ้นใจ ราวกับเทปที่ถูกกดเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ผู้ใหญ่ทุกคนอยากได้ยิน นี่คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักกีฬาผู้ถ่อมตน ผู้ที่รู้คุณคน และไม่เคยโอ้อวดในความสามารถของตัวเอง
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดี เสียงหัวเราะครึกครื้น และการสวมกอดแสดงความยินดีจากเพื่อนร่วมทีม ใบหน้าของคินยังคงประดับด้วยรอยยิ้มสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเขาหันหน้าออกจากสายตาผู้คน รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ดวงตาที่เคยเป็นประกายกลับกลายเป็นเรียบเฉยและว่างเปล่า เหมือนผืนน้ำที่สงบนิ่งหลังพายุสงบ ไม่มีความยินดี ไม่มีความสุข ไม่มีความตื้นตันใดๆ ที่ควรจะเกิดขึ้นเมื่อเขาทำในสิ่งที่ทุกคนบอกว่ายิ่งใหญ่ สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมันเป็นเพียงความสำเร็จในสายตาของคนอื่น ไม่ใช่ของเขา และเขาก็รู้สึกเฉยชาอย่างประหลาดจนน่ากลัว ความรู้สึกนี้มันหนักอึ้งอยู่ในอก แต่กลับไม่สามารถระบุได้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร ไม่ใช่ความเศร้า ไม่ใช่ความโกรธ เป็นเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินอยู่ภายใน ร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบ แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยพละกำลัง แต่จิตวิญญาณกลับรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง ที่ซึ่งไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเสียงใดๆ มีเพียงความมืดมิดและความเงียบงันที่ไร้จุดสิ้นสุด
...
ห้องนอนหรูหรากว้างขวางของคินดูเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยความสำเร็จที่จับต้องได้ ถ้วยรางวัลล่าสุดที่เพิ่งได้มาเมื่อช่วงบ่าย ถูกวางเรียงรายอยู่บนชั้นที่เต็มไปด้วยถ้วยรางวัลอีกนับไม่ถ้วน มันระยิบระยับภายใต้แสงไฟนวลตาจากโคมระย้าที่ส่องสว่างสะท้อนกับผิวโลหะของถ้วยรางวัลนับสิบ ถ้วยรางวัลแต่ละใบคือเครื่องยืนยันถึงความพยายาม ความมุ่งมั่น และชัยชนะที่เขาได้มา แต่คินกลับเหลือบมองมันเพียงแวบหนึ่ง ราวกับมันเป็นเพียงของประดับตกแต่งห้องชิ้นหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความหมายไปมากกว่าแจกันดอกไม้ราคาแพงที่วางอยู่ข้างๆ หรือภาพวาดสีน้ำมันบนผนัง มันเป็นความสำเร็จที่เขาไม่ได้ปรารถนา แต่มันถูกยัดเยียดให้เขาต้องแบกรับ มันคือภาระที่หนักอึ้งแต่ก็ไร้ซึ่งความรู้สึก เป็นความสำเร็จที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เขายังเด็ก
เขาทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์ที่นุ่มราวกับปุยเมฆ ผ้าปูที่นอนซาตินสีเงินลื่นเนียนใต้ฝ่ามือ ห้องนอนนี้เป็นเหมือน "กรงทอง" ที่ห่อหุ้มเขาไว้ด้วยความสะดวกสบายและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ไร้ที่ติ แต่กลับไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีร่องรอยของความเป็นตัวตนของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อก ก่อนจะเลื่อนหน้าจอโซเชียลมีเดียอย่างไร้จุดหมาย ภาพเพื่อนๆ กำลังสนุกสุดเหวี่ยงในปาร์ตี้สุดหรูที่จัดขึ้นในย่านใจกลางเมือง, ภาพอาหาร Fine Dining ที่ถูกจัดวางอย่างสวยงามราวกับงานศิลปะชั้นสูง, ภาพการเดินทางไปต่างประเทศที่ตระการตาและเต็มไปด้วยสีสันของชีวิตวัยรุ่นที่อิสระ ทุกอย่างดูซ้ำซาก น่าเบื่อหน่าย และไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากเขาได้เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเหมือนเป็นคนนอกที่กำลังมองเข้าไปในโลกที่เขาเองก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่กลับรู้สึกแปลกแยกอย่างประหลาด ทุกอย่างที่เห็นบนหน้าจอล้วนเป็นสิ่งที่เขาเองก็เคยทำ เคยไป แต่กลับไม่เคยรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง เขาทอดถอนหายใจยาวๆ ความเบื่อหน่ายกัดกินจนรู้สึกแสบร้อนในลำคอ มันเป็นความเบื่อหน่ายที่ลึกซึ้งกว่าแค่การไม่มีอะไรทำ แต่มันคือความเบื่อหน่ายในชีวิตที่ถูกกำหนดไว้แล้วทุกย่างก้าว
นิ้วโป้งของเขาเลื่อนไปเรื่อยๆ โดยไร้จุดหมาย จนกระทั่งหยุดชะงักที่ภาพหนึ่ง มันเป็นภาพขาว-ดำจากแอคเคานต์ของช่างภาพนิรนามคนหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นภาพสตรีทอาร์ตและสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตา ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ แต่มีภาพหนึ่งที่สะกดสายตาเขาเอาไว้ทันทีที่มันปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นิ้วโป้งของเขาหยุดเลื่อนโดยอัตโนมัติ ร่างของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่บนขอบตึกร้างแห่งหนึ่งในมุมที่ดูเสี่ยงอันตราย ไม่เห็นใบหน้า แต่ร่างกายที่ดูแข็งแรง กำยำ และเป็นธรรมชาติราวกับรูปสลักนั้น กลับแสดงออกถึงความเปราะบางในขณะเดียวกัน มันตัดกับฉากหลังของเมืองที่ผุพังได้อย่างลงตัว แสงและเงาตกกระทบตามกล้ามเนื้อที่อ่อนช้อยและทรงพลังไปพร้อมกัน เผยให้เห็นถึงเส้นสายของร่างกายที่งดงามอย่างแท้จริง มันไม่ใช่ภาพโป๊เปลือยที่โจ่งแจ้ง ไม่ได้มีเจตนาจะปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศโดยตรง ทว่ากลับสื่อถึง "อิสรภาพ" และ "ความท้าทาย" ได้อย่างรุนแรงและดิบเถื่อน มันปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเขาให้ตื่นขึ้น เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าความเร้าอารมณ์ทางเพศทั่วไป มันคือความกระหายที่จะได้สัมผัสความรู้สึกอิสระนั้น ความกระหายที่จะได้หลุดพ้นจากกรอบที่มองไม่เห็น
คินกดบันทึกรูปนั้นไว้ในโฟลเดอร์ลับที่ไม่มีใครรู้ เขานั่งจ้องมันอยู่นาน รูปนั้นกลายเป็นภาพเดียวที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ มันค่อยๆ แผ่ขยายออกไปช้าๆ...ความรู้สึกที่อยาก "ควบคุม" ร่างกายของตัวเอง อยาก "แสดงออก" ในแบบของตัวเอง ไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นคาดหวัง ไม่ใช่ในแบบที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แรงกระตุ้นนั้นเงียบเชียบ ทว่าทรงพลังอย่างไม่อาจต้านทาน มันเหมือนกับคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น แต่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ใต้ผืนน้ำที่สงบนิ่ง พร้อมที่จะพุ่งขึ้นมาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่แสนน่าเบื่อหน่ายของเขา ความรู้สึกนี้มันใหม่ มันน่ากลัว แต่มันก็เร้าใจอย่างประหลาด มันคือประกายไฟเล็กๆ ที่จุดติดขึ้นในความมืดมิดของจิตใจ
...
คินอ้างกับที่บ้านว่าเขาต้องไปซ้อมเพิ่มเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันครั้งหน้า ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่มีใครสงสัย พ่อกับแม่ของเขาเชื่อสนิทใจ พวกท่านต่างยินดีกับความมุ่งมั่นตั้งใจของลูกชายผู้เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของวงศ์ตระกูล ผู้ที่กำลังจะก้าวไปเป็นนักกีฬาว่ายน้ำระดับประเทศในไม่ช้า เขาเดินกลับมาที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนอีกครั้ง ตอนนี้มันเงียบสงัดและมืดมิด ไม่มีเสียงจอแจของนักกีฬาคนอื่น มีเพียงแสงไฟสีฟ้าอ่อนๆ ใต้น้ำที่ส่องสว่างขึ้นมา สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและเป็นส่วนตัวอย่างน่าประหลาด กลิ่นคลอรีนที่คุ้นเคยยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ เสียงลมเย็นๆ พัดกระทบผิวหนังเบาๆ และเสียงน้ำที่กระทบขอบสระเป็นครั้งคราว คือเสียงเดียวที่ได้ยินในความเงียบงัน มันเป็นความเงียบที่แตกต่างจากความเงียบในห้องนอนของเขา เป็นความเงียบที่ชวนให้รู้สึกเป็นอิสระมากกว่าความโดดเดี่ยว เป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองอย่างแท้จริง
เขาไม่ได้กระโดดลงไปว่ายจับเวลาเหมือนทุกที ไม่ได้พยายามทำลายสถิติของตัวเอง ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าวันนี้เขาจะว่ายได้เร็วแค่ไหน เขากระโดดลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ปล่อยให้ร่างกายล่องลอยไปกับสายน้ำอย่างอิสระ ทุกแรงกดดันจากภายนอกถูกปลดเปลื้องไปจนหมดสิ้น ไม่มีการจับเวลา ไม่มีสายตาที่จับจ้อง ไม่มีเสียงเชียร์ที่บีบคั้น ไม่มีคำพูดใดๆ ที่มาพร้อมกับความคาดหวัง ที่นี่คือสระของเขา โลกของเขา โลกที่เขาสามารถควบคุมได้เพียงลำพัง เขารู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยพันธนาการที่มองไม่เห็นออกไปทั้งหมด ความหนักอึ้งในอกค่อยๆ คลายออกช้าๆ ร่างกายที่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการแข่งขัน บัดนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนน้ำ เป็นเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่กำลังเต้นรำไปกับความเงียบงัน ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปตามสัญชาตญาณ ไม่มีการบังคับ ไม่มีรูปแบบตายตัว เขาพลิกตัว ตีลังกา ดำดิ่งลงสู่ก้นสระ แล้วผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังสำรวจอาณาจักรใต้น้ำของตัวเอง
ขณะที่ร่างกายลอยละล่องอยู่ในความสงบ ความคิดที่จะลองทำแบบนั้นบ้างมันรุนแรงจนห้ามไม่อยู่ เขานึกถึงภาพถ่ายที่เซฟไว้ในมือถือ ภาพของชายเปลือยเปล่าบนตึกร้างที่ดูอิสระและท้าทาย ความรู้สึกอยากจะลองสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นด้วยตัวเองมันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ยากที่จะเก็บกดมันไว้ได้อีกต่อไป เขาอยากรู้ว่าการได้แสดงออกถึงความดิบเถื่อนของร่างกายตัวเองอย่างเป็นอิสระมันจะรู้สึกอย่างไร เขาอยากจะปลดปล่อยตัวเองจากบทบาทที่สมบูรณ์แบบที่สังคมกำหนดให้เขาเป็น อยากจะท้าทายกรอบที่มองไม่เห็นที่กักขังเขาไว้มาตลอดชีวิต
...
หลังจากว่ายน้ำจนพอใจ คินเดินเข้ามาในห้องล็อกเกอร์ชายที่ว่างเปล่า มีเพียงเงาของเขาที่สะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ยังมีไอน้ำเกาะอยู่เล็กน้อย กลิ่นคลอรีนเข้มข้นอบอวลไปทั่วห้อง กล้ามเนื้อที่อ่อนล้าจากการว่ายน้ำกลับรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายกำยำที่เปียกน้ำของเขาสะท้อนอย่างชัดเจน กล้ามเนื้อทุกส่วนดูคมชัดภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวจากเพดาน คินยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง มีเพียงเงาของตัวเองเป็นเพื่อน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แต่ก็ยังลังเล มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความประหม่าและความตื่นเต้นที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิตนี้ มันเป็นความตื่นเต้นที่ปะปนกับความกลัว ความกลัวที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดที่ตัวเองตั้งไว้ ความกลัวที่จะทำสิ่งที่ "ผิด" ในสายตาของสังคม ความกลัวที่จะถูกเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจ ดวงตาคมจ้องมองภาพชายบนตึกร้างในมือถืออีกครั้ง ภาพนั้นเป็นเหมือนกุญแจที่ไขประตูบานใหม่ในใจเขาออก เขาปลดเปลื้องผ้าขนหนูออกจากเอวช้าๆ ปล่อยให้มันร่วงลงสู่พื้นห้องอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นร่างกายทั้งหมดที่สะท้อนอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่มีสิ่งใดปกปิด มันคือร่างกายที่สมบูรณ์แบบที่โลกภายนอกรู้จัก แต่คราวนี้มันเป็นของเขา ของเขาเพียงผู้เดียว เขาพยายามจัดท่าทางเลียนแบบภาพที่เขาเห็นในมือถือ มันรู้สึกเก้ๆ กังๆ ในตอนแรก เขายกแขนขึ้นบิดตัว ค่อยๆ บิดพลิกส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อหามุมที่เหมาะสมที่สุด เขายังไม่คุ้นชินกับการมองร่างกายตัวเองในฐานะ "งานศิลปะ" แต่แล้วเขาก็เริ่มอินไปกับมัน เขามองตัวเองในกระจกและรู้สึกเหมือนกำลังสวมบทบาทเป็นใครอีกคนหนึ่ง เป็น "ศิลปิน" ที่กำลังสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกด้วยร่างกายของตัวเอง เขาใช้แสงไฟนีออนที่สาดลงมาจากเพดานเพื่อสร้างเงาบนกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายดูมีมิติและน่าค้นหามากขึ้น ทุกส่วนโค้งเว้าของกล้ามเนื้อ หน้าท้องที่เป็นลอน แผงอกที่กว้าง ไหล่ที่แข็งแกร่ง ถูกขับเน้นด้วยแสงและเงา มันไม่ใช่แค่การถ่ายรูป แต่เป็นการสำรวจร่างกายตัวเองในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นการเชื่อมโยงกับความรู้สึกภายในที่ถูกกดทับมานาน การได้เห็นร่างกายตัวเองในมุมมองใหม่นี้ทำให้เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่
นิ้วเรียวกดลงบนหน้าจอเพื่อถ่ายรูปไปหลายใบ เสียง "คลิก!" ของชัตเตอร์ในความเงียบของห้องล็อกเกอร์มันดังกว่าที่คิด และมันทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง รู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็น การได้ทำอะไรที่เสี่ยงและเป็นส่วนตัวแบบนี้มันเร้าใจกว่าการแข่งขันว่ายน้ำครั้งไหนๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด ความตื่นเต้นนี้มันบริสุทธิ์และเป็นของเขาอย่างแท้จริง
เขาก้มลงดูรูปในมือถือ มือยังคงสั่นเล็กน้อย มันอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ แสงอาจจะยังไม่ลงตัว ท่าทางอาจจะยังดูแข็งๆ ไปบ้าง แต่ในแววตาของคนในรูป...มันมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นในกระจกมาก่อน มันคือแววตาของคนที่ "มีชีวิต" แววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความท้าทาย และการปลดปล่อย มันไม่ใช่คินในบทบาทนักกีฬาว่ายน้ำที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคินในเวอร์ชันที่ดิบกว่า แท้จริงกว่า และน่าค้นหามากกว่า เป็นเวอร์ชันที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
ทันใดนั้น เสียงพวงกุญแจของภารโรงก็ดังขึ้นมาจากทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ "ฉิบหายแล้ว! โดนจับได้แน่ๆ!" คินคิดในใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ้ม เขาสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวอย่างลนลาน และซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟฟ้าช็อต หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะระเบิด เสียงเท้าของภารโรงดังหยุดอยู่หน้าประตูห้องล็อกเกอร์ ราวกับกำลังจะก้าวเข้ามา คินกลั้นหายใจ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม ความกลัวที่จะถูกจับได้ ความกลัวที่จะถูกมองว่าเป็นคนแปลกประหลาด ความกลัวที่จะถูกทำลายทุกอย่างที่เขาสร้างมา มันถาโถมเข้าใส่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความตื่นเต้นอย่างสุดขีดที่ผสมปนเปอยู่ มันคือความตื่นเต้นของการได้ทำสิ่งที่ต้องห้าม การได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มันเป็นความเสียวซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความรู้สึกที่อันตรายและเร้าใจนี้ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็น
เมื่อเสียงฝีเท้าของภารโรงเดินผ่านหน้าห้องล็อกเกอร์ไปแล้ว และเสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป คินก็พิงตู้ล็อกเกอร์แล้วทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง เขาหายใจเข้าลึกๆ ความประหม่าและความกลัวที่เคยมีค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่รุนแรงกว่า เขาสูดหายใจลึกๆ และรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างช้าๆ... มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากข้างในจริงๆ เป็นครั้งแรกในรอบวันที่เขารู้สึกว่าได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับรสชาติของ "อิสรภาพ" ที่ไม่ถูกควบคุม ไม่ถูกบงการ ไม่ถูกกำหนดโดยใคร และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ในชีวิตของเขา การเดินทางที่จะพาเขาไปสู่โลกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน โลกแห่งการปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริง โลกที่เขาจะได้เป็นผู้สร้างสรรค์ชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง